ราชบุรีฯยกเลิกข้อตกลงร่วมทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 1,800 เมกะวัตต์กับเค.เค.พาวเวอร์ของกัมพูชาแล้ว ชี้โอกาสขายไฟฟ้ากลับมาไทยยาก
นายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทบทวนแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 1,800 เมกะวัตต์ ในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา หลังจากลงนามในข้อตกลงร่วมทุนกับบริษัท เค.เค.(เกาะกง) พาวเวอร์ จำกัด ของกัมพูชา เพราะจากการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการขายไฟฟ้ากลับมายังประเทศไทยพบว่าเป็นไปได้ยาก โดยอาจต้องรอถึง 12-14 ปี เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคตะวันออกซึ่งจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ภาครัฐได้รับซื้อไฟฟ้าการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายใหญ่ หรือไอพีพี จำนวนถึง 5,000 เมกะวัตต์ โดยจะทยอยเข้าสู่ระบบตั้งแต่ปี 2564
นอกจากนั้น แผนการลงทุนระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จะมีการลงทุนเพื่อรองรับโรงไฟฟ้าของโครงการไอพีพีเท่านั้น และยังมีโครงการผลิตไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กหรือเอสพีพี ซึ่งจะเข้าสู่ระบบในช่วงใกล้เคียงกัน ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวไม่มีความจำเป็นต้องซื้อไฟฟ้าจากกัมพูชาเข้ามาเสริม
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากฟผ.คงไม่ลงทุนสร้างระบบสายส่งอีก 300-400 กิโลเมตรเชื่อมกับระบบของโรงไฟฟ้าที่เกาะกง เพื่อซื้อไฟฟ้ากลับมาในจุดที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟอยู่แล้ว หากจะพัฒนาโรงไฟฟ้าเกาะกงต้องขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ไฟของกัมพูชาเป็นหลัก จากการวิเคราะห์พบว่าความต้องการใช้คงไม่มากพอที่จะสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1,800 เมกะวัตต์ บริษัทจึงต้องทบทวนและได้ข้อสรุปว่าจะไม่พัฒนาโครงการนี้ เพราะต้องรอนานถึง 12-14 ปี
"บริษัทจะทำหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งให้บริษัทเค.เค.ฯ ทราบความประสงค์ในการยกเลิกข้อตกลงร่วมทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เกาะกง และเชื่อว่ากัมพูชาคงเข้าใจเหตุผล"
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีฯ ได้แจ้งยกเลิกข้อตกลงร่วมทุนกับบริษัท เค.เค.ฯในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 1,800เมกะวัตต์ต่อคณะกรรมการบริษัทเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติตามข้อเสนอดังกล่าว
"ปัจจุบันรัฐบาลไทยยังไม่ได้ลงนามข้อตกลงรับซื้อไฟฟ้าจากกัมพูชา ที่จะเป็นกรอบในการพัฒนาโครงการ เหมือนเช่นลาวหรือพม่า จึงทำให้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาโครงการ"
สำหรับข้อตกลงการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด1,800 เมกะวัตต์ ที่ จ.เกาะกง ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 271 กิโลเมตร ได้ลงนามกันเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2555 ระหว่าง นาย ลี ยง พัด วุฒิสมาชิกและนักธุรกิจรายใหญ่ของกัมพูชา ในฐานะประธานบริษัท เค.เค.ฯ และนายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีฯ โดยมีนายซุย แซม รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เหมืองแร่และพลังงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยในการลงนามดังกล่าวไม่มีการเปิดเผยถึงมูลค่าการลงทุน แต่ทั้งสองบริษัทมีข้อตกลงถือหุ้นฝ่ายละ 50%









