"ยรรยง"โต้"ทีดีอาร์ไอ"ชี้โครงการรับจำนำข้าวขาดทุนแต่มีประโยชน์ต่อศก. เผยรัฐบาลหวังผลระยะยาวพยุงราคาข้าว รับได้ขาดทุนปีละ 1 แสนล้าน
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยถึงผลการศึกษาโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่จะขาดทุนกว่า 4 แสนล้านบาทในช่วงเวลา 4 ปี ว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่ถือเป็นการลงทุนในระยะยาวโดยรัฐบาลมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยยกระดับรายได้ของชาวนา รวมถึงเรื่องการพยุงราคาข้าวเปลือกทั้งของไทยและราคาข้าวในตลาดโลกให้อยู่ในระดับสูง นอกจากนั้นนโยบายรับจำนำข้าวยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับล่างให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนมากขึ้นและช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อน
"ไม่อยากให้นักวิชาการมองเรื่องกำไรและขาดทุนเป็นหลัก ทั้งนี้มั่นใจว่าในระยะยาวผลของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลจะผลักดันให้ราคาข้าวในตลาดโลกในอนาคตจะอยู่ในระดับราคาใกล้เคียงกับ 15,000 บาทต่อตันได้แน่นนอน โดยเห็นได้ว่าที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการรับจำนำข้าวราคาข้าวเปลือกอยู่แค่เพียงระดับ 7,000 - 8,000 บาทต่อตันเท่านั้น ในขณะที่ราคาเฉลี่ยปัจจุบันราคาข้าวเปลือกโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาเป็น 10,000 - 11,000 บาทต่อตันแล้ว แสดงให้เห็นว่านโยบายเริ่มมีผลต่อราคาข้าวในตลาดโลกที่สูงขึ้น"
นายยรรยง กล่าวว่า การลงทุนในโครงการรับจำนำข้าวหากมีการขาดทุนปีละ 1 แสนล้านบาท ก็ถือได้ว่าคุ้มค่าเปรียบได้กับการที่รัฐบาลมีการลงทุนด้านอื่นๆ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งต่างๆที่มีผลขาดทุนหากคิดเฉพาะรายรับ แต่ก็มีผลประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น การประหยัดน้ำมัน การเพิ่มมูลคต่าเศรษฐกิจอื่นๆ แช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลยอมขาดทุนเพื่อประโยชน์ของชาวนาที่มีกว่า 17 ล้านคน แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นช่วยยกระดับราคาข้าวให้เพิ่มขึ้น ชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับรัฐบาลในการขายข้าวเนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลมีข้าวอยู่ในมือจำนำวนมากซึ่งต่างจากในอดีตที่อำนาจส่วนนี้เป็นของเอกชนผู้ส่งออกข้าวเท่านั้น
"นักวิชาการมักจะมองผลการศึกษาในแง่เดียวคือผลของการขาดทุนจากรายรับรายจ่าย ซึ่งเป็นช้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและได้ข้อมูลจากผู้ที่เสียประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าว แต่ในส่วนของรัฐบาลมองในภาพรวมของเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของชาวนาที่มีกว่า 17 ล้านคน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบซึ่งส่วนนี้คุ้มค่าอย่างมากในการดำเนินโครงการ"
รมช.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวถือเป็นความจำเป็นและเป็นวิธีการแทรกแซงตลาดข้าวเนื่องจากกลไกตลาดข้าวทำงานไม่สมบูรณ์ผู้ซื้อและผู้ขายไม่มีอำนาจยในการกำหนดราคามากนัก แต่ผู้กำหนดราคากลับเป็นพ่อค้าคนกลาง หรือโบรกเกอร์รายใหญ่ในยุโรปที่มีเพียง 4 - 5 รายเป็นผู้กำหนด สำหรับในประเทศไทยผู้ส่งออกข้าวก็ไม่ได้มีส่วนในการยกระดับราคาข้าว ขณะที่บางส่วนกลับจ้องที่จะทุบราคาข้าวให้ต่ำลงเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้า ดังนั้นถ้าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันในแนวทางที่รัฐบาลกำหนดก็จะช่วยยกระดับราคาข้าวทั้งระบบในระยะยาวได้









