วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดดีมานด์ทองไตรมาส3พุ่ง อุปสงค์ฟื้น

ศูนย์วิจัยทองคำคาดความต้องการทองคำเพื่อการลงทุน-บริโภคในช่วงไตรมาส 3/56 จะเพิ่มสูงขึ้น จากแรงหนุนความเสี่ยงศก.-ราคาน้ำมัน-อุปสงค์ฟื้น

ศูนย์วิจัยทองคำ คาดว่า อุปสงค์ทองคำทั้งเพื่อการลงทุนและการบริโภคน่าจะสูงขึ้นในไตรมาส 3 โดยราคาทองคำได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมาจากระดับต่ำสุด 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาเหนือระดับ 1,380 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 8.49% ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับเพิ่มขึ้น 1,350 บาทต่อบาททองคำ หรือประมาณ 7.07% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจาก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ราคาน้ำมัน ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจสหรัฐ และอุปสงค์ทองคำในตลาดโลก ขณะที่ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังปัจจัยการเมืองลดแรงกดดัน

สำหรับราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้าในตลาด NYMEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้ระดับ 107.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งได้รับแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านอุปสงค์ ทั้งจากปัญหาการผลิตในลิเบียและที่สำคัญคือปัญหาความรุนแรงทางการเมืองของอียิปต์ โดยศูนย์วิจัยฯ ประเมินว่าการเลือกแนวทางการแก้ปัญหาการชุมนุมประท้วงด้วยวิธีการใช้ความรุนแรงอันจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมชุมก่อให้เกิดปัญหายืดเยื้อมากขึ้น แต่ยังเชื่อว่าจะเป็นปัญหาระยะสั้น นอกจากนี้ ยังต้องประเมินผลกระทบจากพายุโซนร้อนในอ่าวเม็กซิโกว่าจะกระทบต่อแท่นขุดเจาะน้ำมันและกำลังการผลิตมากน้อยเพียงใด โดยปัจจัยราคาน้ำมันจะยังส่งผลต่อราคาทองคำไปอีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯและอาจเป็นเงื่อนไขให้เฟดคงมาตรการ QE ต่อ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปีพุ่งสูงขึ้นเหนือระดับ 2.8% จากระดับต่ำสุดใกล้ 1.4% ในเดือนก.ค. ปีที่แล้ว อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการให้สัญญาณชะลอมาตรการ QE โดยศูนย์วิจัยฯ เชื่อว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนจะเบียดบังการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและเป็นปัจจัยที่เฟดจะต้องพิจารณาถ้าจะปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตร (ปัจจุบันเฟดซื้อพันธบัตร 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน) โดยถ้าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีอยู่เหนือระดับ 2.8% เชื่อว่าการประชุมในเดือนก.ย.จะยังไม่มีการชะลอมาตรการ QE

นอกจากนี้ เรื่องของอุปสงค์ทองคำที่เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุปสงค์ในเอเชียที่ยังมีความต้องการสะท้อนผ่านค่า premium ในการซื้อทองคำอยู่ราว 2-2.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เดือนต.ค.จะเป็นเทศกาล Diwali ของอินเดียซึ่งมักจะมีการซื้อทองคำเป็นของกำนัล ส่วนการซื้อเพื่อการลงทุนอย่างทองคำแท่งและการลงทุนผ่านหน่วยลงทุนเชื่อในระยะสั้นฟื้นตัวหลังจากที่ซบเซาในช่วงครึ่งแรกของปี และราคาทองคำที่อ่อนตัวลงยังจูงใจผู้ลงทุนซื้อเก็งกำไร