รองนายกฯเผยรัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการน้ำ3.5แสนล้าน ย้ำรับฟังความคิดเห็นประชาชน
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการหอกระจายข่าว เอฟเอ็ม 92.5 เมกะเฮิร์ทซ์ กรณีการต่อสู้คดีการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทต่อศาลปกครองสูงสุด ว่า เหตุนี้มาจากน้ำท่วมปี 2554 เพราะมีความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท จากการสำรวจของธนาคารโลก หากทำโครงการนี้ได้จะจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง เกษตรกรรม ศาลไม่ได้สั่งยุติโครงการ แต่สั่งให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญคือมาตรา 57 วรรคสองและมาตรา 67 วรรคสอง คือการรับฟังความคิดเห็นประชาชนคือ ทำสิ่งใดที่ชัดเจนแล้วจึงไปรับฟังความคิดเห็น
หากยังไม่ชัดเจนจะรับฟังความคิดเห็นลำบาก เช่น การสร้างเขื่อนที่ยังไม่รู้ว่าจะสร้างที่ใด จะรับฟังความคิดเห็นจากใคร ช่วงที่ฟ้องคดีนี้นั้นจะทำตามมาตรานี้ไม่ได้ เมื่อเปิดประมูลโครงการนี้และครม.ให้ความเห็นชอบจากการเปิดซองประมูลวันที่ 18 มิ.ย.แล้วนั้น ตรงนี้จึงจะเริ่มรับฟังความคิดเห็นประชาชนได้เพราะรู้แล้วว่าจะสร้างในพื้นที่ใด
นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า โครงการไม่ได้ชะงักรัฐบาลทำการรับฟังความคิดเห็นประชาชนอยู่แล้วในช่วงก่อนที่ศาลจะตัดสินและน่าจะเสร็จในสามเดือน ส่วนผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นแยกสัญญาก่อสร้างเหล่านี้ออกเพราะสัญญาจะมีผลเมื่อผ่านผลการศึกษาผลกระทบสองด้านนี้ก่อน รัฐบาลทำอยู่แล้ว โดยมอบหน่วยงานรัฐศึกษาแทนเอกชน แต่ขอเรียนว่าแม้เอกชนหรือรัฐบาลทำการสำรวจผลกระทบสองด้านนี้ก็ต้องจ้างองค์กร 60 กว่าแห่งที่ขึ้นทะเบียนด้านนี้ไปศึกษาอยู่แล้ว
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีบางฝ่ายจะมีการฟ้องร้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ป.ป.ช.และส.ว.ให้ดำเนินคดีกับครม.นั้น จะอธิบายที่ใดก็ได้ เพราะอุทธรณ์กับศาลปกครองกลางแล้ว และจะชี้แจงได้ทุกพื้นที่ตามที่ตนชี้แจงขั้นต้น เพราะตอนนี้หน่วยงานฟังความคิดเห็นประชาชนเริ่มดำเนินการแล้ว และเสร็จสิ้นในสามเดือนก่อนลงนามกับเอกชนในเก้าโมดุล









