แนะนำหลีกเลี่ยง PTT และ PTTGC เชื่อราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับลด
PTT คาดว่าเหตุฟ้าฝ่าโรงแยก 5 คาดต้องหยุดผลิตไปกว่า 3 – 5 เดือน
PTT แจ้งข่าวว่า เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนจากไอเสียเครื่องยนต์ (Waste Heat Recovery Unit, WHRU) ของโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 5 เนื่องจากอุบัติเหตุฟ้าฝ่าอุปกรณ์จนทำให้ไม่ดำเนินการผลิตก๊าซฯจากหน่วยที่ 5 ได้ ในเบื้องต้น PTT คาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมและเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเวลา 3 – 5 เดือน
คาดกระทบกำไรของ PTT และ PTTGC ไม่มาก
เราประเมินว่า การหยุดผลิตของโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 5 เป็นเวลา 5 เดือน จะกระทบต่อ กำไรสุทธิปี 2556 ของ PTT ประมาณ 2.9 พันล้านบาท หรือประมาณ 2.8% ของกำไรปัจจุบัน (รวมผลกระทบที่เกิดกับ PTTGC ตามสัดส่วนการถือหุ้น) นอกจากนี้ยังจะกระทบต่อผลประกอบการของ PTTGC อีกประมาณ 1.8 พันล้านบาท ประมาณ 5.4% ของประมาณการปัจจุบัน เนื่องจากปริมาณก๊าซฯที่มีจำกัดทั้งจากเครื่องโรงแยกก๊าซหน่วย 5 (เกิดอุบัติเหตุ) และ การหยุดซ่อมโรงแยกก๊าซหน่วย 3 (ตามแผน) ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะมีการลดกำลังการผลิตในโรงงาน I4-2 เหลือ 80% และโรงงาน PTTPE เหลือ 90%
จะเริ่มทยอยรับรู้เงินประกันในปี 2557
แม้ว่าทั้ง PTT และ PTTGC จะมีการทำประกันภัยไว้ทั้งในส่วนของทรัพย์สินที่เสียหายและธุรกิจหยุดชะงัก โดยประกันภัยในส่วนของ PTTGC ยังครอบคลุมถึงผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ (PTT) ในกรณีที่ไม่สามารถส่งมอบวัตถุดิบได้ตามสัญญา โดยประกันภัยยังคงมี Deductible ในส่วนของทรัพย์สินที่เสียหายประมาณ 2.5 ล้านเหรียญ และกรณีธุรกิจหยุดชะงัก ในช่วง 60 วันแรก โดยเราคาดว่า PTT และ PTTGC จะได้รับชดเชยจากประกันภายในปี 2557
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 56 แต่แนะนำ ให้หลีกเลี่ยงการลงทุน
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ทั้งของ PTT และ PTTGC เนื่องจาก นัยสำคัญต่อกำไรสุทธิของ PTT เพียง 3% เท่านั้น ขณะที่กำไรสุทธิ 2Q56 ของ PTTGC ที่ดีกว่าคาดถึง 10% ยังเพียงพอชดเชยผลกระทบที่เกิดจาก Unplanned Shutdown ของ โรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 5 และโรงงาน LLDPE ด้านผลประกอบการของทั้ง 2 บริษัท เรายังคาดหมายจะเห็นการฟื้นตัว QoQ จากแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้น และความเสี่ยงต่อการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและ Stock Loss ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลยุทธ์ระยะสั้น ราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับลดลงจากกรณีดังกล่าวจึงยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุน








