วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ้านปูหั่นงบลงทุน4ปี ราคาถ่านหินยังไม่ฟื้น

"บ้านปู"ปรับลดเงินลงทุน 4 ปีอีกรอบ คาดใช้เงินไม่ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ จากงบที่ตั้งไว้ 1.24 พันล้านดอลลาร์ หลังจากราคาถ่านหินยังไม่ฟื้น

ภายหลังจากสถานการณ์ราคาถ่านหินในตลาดโลก ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง บวกกับสถานการณ์ตลาดเงินโลกมีความผันผวนตลอดในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทบ้านปู โดยเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา บ้านปู ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้ ปรากฏว่า มีผลกำไรสุทธิเพียง 629.33 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.13 พันล้านบาท ส่งผลต่อผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน โดยทำให้กำไรสุทธิลดลงอยู่ที่ 1.55 พันล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 4.36 พันล้านบาท

คาด4ปีลงทุนต่ำกว่าพันล้านดอลล์

ล่าสุดวานนี้ (14 ส.ค.) นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู หรือ BANPU ออกมาเปิดเผยหลังจากแนวโน้มราคาถ่านหินยังเป็นทิศทางขาลง ว่า บริษัทมีแผนจะปรับลดเงินลงทุนในช่วง 4 ปี (2555-2558) ลงอีกรอบ จากเดิมเคยตั้งไว้ที่ 1.75 พันล้านดอลลาร์ ปรับลดมาเหลือ 1.24 พันล้านดอลลาร์ แต่ล่าสุดมีความเป็นไปได้ที่การใช้งบลงทุน จะอยู่ระดับใกล้ๆ พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากสถานการณ์ราคาถ่านหินในตลาดโลกยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ต้องตัด หรือเลื่อนบางโครงการ ที่ยังไม่มีความจำเป็นออกไปก่อน เพื่อรักษาโครงสร้างฐานะทางการเงินให้เข้มแข็ง

การปรับลดเงินลงทุนส่วนใหญ่ เป็นการปรับลดในส่วนโครงการเหมืองถ่านหิน ในมองโกเลีย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ขณะที่การลงทุนในธุรกิจไฟฟ้ายังคงเหมือนเดิม เพราะเป็นส่วนที่จะช่วยเพิ่มกำไรให้กับบริษัทมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทใช้เงินลงทุนยังไม่ถึง 50% ของงบลงทุนที่ตั้งไว้ โดยในปี 2555 ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 207 ล้านดอลลาร์ และช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 270 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าทั้งปีจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 480 ล้านดอลลาร์

"ในภาวะที่ราคาถ่านหินในตลาดโลกยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับตลาดการเงิน มีแนวโน้มผันผวน บริษัทต้องรักษาฐานะทางการเงินให้เข้มแข็ง ลงทุนเท่าที่จำเป็น ลดการก่อหนี้เพื่อให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (DE) อยู่ในระดับที่บริหารได้ ขณะเดียวกันก็ปรับโครงสร้างหนี้เป็นสกุลดอลลาร์ ใช้เครื่องมือทางการเงินในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นอัตราคงที่ เพราะมองว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น จึงต้องป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวน"

เร่งปรับโครงสร้างหนี้-ดอกเบี้ย

ปัจจุบัน บริษัทปรับดอกเบี้ยคงที่ไปแล้ว 50% แต่ในอนาคตมีโอกาสทำได้ถึง 70-80% ของหนี้สินทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ 3.34 พันล้านดอลลาร์ มีกระแสเงินสดประมาณ 650 ล้านดอลลาร์ ทำให้มีหนี้สินสุทธิอยู่ประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ DE อยู่ที่ 0.9 เท่า บริษัทจะพยายามรักษาระดับนี้ไว้

นอกจากนี้บ้านปู จะยังคงมีแผนปรับลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งต้นทุนการผลิต และต้นทุนการบริหารงาน โดยปีนี้คาดว่าจะลดต้นทุนรวมได้ตามแผนคือ 20% และปีหน้าก็จะปรับลดต้นทุนลงอีกในระดับเดียวกัน จากฐานที่ได้ปรับลดลงไปแล้ว

เขากล่าวต่อว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้ ทั้งรายได้และกำไร คงปรับลดลงต่ำกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาขายถ่านหินยังอยู่ในระดับไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตามแม้ว่าราคาจะปรับลดลง แต่ปริมาณขายเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ทำให้ในส่วนของรายได้คาดว่าจะอยู่ประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ระดับประมาณ 1.1 แสนล้านบาท

ชี้ราคาถ่านหินใกล้แตะจุดต่ำสุด

"แนวโน้มราคาถ่านหินปีนี้ ยังคงต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าราคาถ่านหินใกล้เข้าสู่ช่วงต่ำสุดแล้ว และอาจจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปในปีหน้า แม้ว่าความต้องการใช้ถ่านหินในยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่นจะลดลง แต่ความต้องการใช้ในเอเชียยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากจีน ที่เชื่อว่ารัฐบาลจะมีมาตรการผ่อนคลายการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เห็นได้จากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สต็อกถ่านหินในโรงไฟฟ้าต่างๆ ของจีนลดลง เพราะมีการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น"

สำหรับยอดขายถ่านหินของบ้านปูในปีนี้ คาดว่าอยู่ที่ 46.3 ล้านตัน ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่มองว่าจะอยู่ที่ 47 ล้านตัน เป็นผลมาจากยอดขายในเหมืองออสเตรเลีย ที่ปรับลดลงกว่าคาดการณ์เล็กน้อย จากเดิมคาดว่าจะอยู่ประมาณ 15 ล้านตัน เหลือ 14.3 ล้านตัน ส่วนยอดขายในอินโดนีเซียปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 29 ล้านตัน ยอดขายในจีนอยู่ที่ 2.73 ล้านตัน

เล็งลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินในเอเชีย

เขากล่าวว่า บ้านปู ยังคงมองหาโอกาสการลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย และประเทศที่บริษัทมีการลงทุนในเหมืองถ่านหินอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าให้มากขึ้น ลดความผันผวนจากราคาถ่านหิน โดยมีทั้งการลงทุนใหม่ ซึ่งใช้เวลา 5-7 ปีในการก่อสร้าง และการลงทุนในโครงการที่มีการผลิตอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถสร้างรายได้เข้ามาทันที เช่นเดียวกับการลงทุนในประเทศออสเตรเลีย บริษัทก็มองหาโอกาส แต่ในกิจการที่เพิ่งจะเปิดให้มีการประมูลซื้อนั้น บริษัทไม่ได้เข้าร่วมประมูล

ส่วนความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสานั้น คาดว่าปลายปีนี้จะมีความคืบหน้าในการก่อสร้างประมาณ 72% เร็วกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ว่าปีนี้จะมีความคืบหน้า 62% และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2558 โดยโครงการนี้บ้านปู จะใช้เงินลงทุน 340 ล้านดอลลาร์ แยกเป็นในปี 2557 จำนวน 85 ล้านดอลลาร์ ปี 2558 จำนวน 168 ล้านดอลลาร์ และปี 2559 อีก 87 ล้านดอลลาร์

ส่วนการเคลื่อนไหวราคาหุ้นบ้านปู วานนี้ (14 ส.ค.) ปิดตลาดที่ระดับ 245 บาท ลดลง 7 บาท หรือลดลง 2.68% มีมูลค่าการซื้อขาย 1,215.53 ล้านบาท