วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสิกรฯออก'เค ยูโรเปี้ยน'ลุยหุ้นยุโรป

บลจ.กสิกรไทยลั่นสิ้นปีขอครองอันดับ 1 ในทุกธุรกิจต่อเนื่อง รับแบงก์แข่งเงินฝากทำธุรกิจโตยาก พร้อมส่ง "กองเค ยูโรเปี้ยน" ลุยลงทุนหุ้นยุโรป

นายจงรัก รัตนเพียร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรก บริษัทมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มขึ้นเป็น 852,000 ล้านบาท จากสิ้นปี55 ที่ 846,000 ล้านบาท ค่อนข้างทรงตัว เพราะปีนี้ธนาคารพาณิชย์มีการระดมเงินฝากเข้าแบงก์เพื่อรองรับการเติบโตของสินเชื่อเป็นระยะๆ รวมทั้งการแข่งขันที่มากขึ้นในอุตสาหกรรมกองทุนเองด้วยจึงทำให้การเติบโตในปีนี้ค่อนข้างทรงตัว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะทำเอยูเอ็มสิ้นปีได้ที่ระดับ 900,000 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามสภาพการณ์ของตลาดที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ1 ในทุกธุรกิจ ในส่วนของธุรกิจกองทุนรวมมีสินทรัพย์สุทธิ 635,000 ล้านบาท ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีสินทรัพย์สุทธิ 135,000 ล้านบาท และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลมีสินทรัพย์สุทธิ 64,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าในสิ้นปีนี้บริษัทยังจะครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ1 ในทุกกลุ่มธุรกิจเอาไว้ได้เช่นเดิม

บริษัทเตรียมจะออก Wกองทุนเปิดเค ยูโรเปี้ยน หุ้นทุน (K-Europe)" ขายระหว่างวันที่ 16 - 23 ส.ค. 56 นี้ โดยกองทุนจะระดมทุนไปลงทุนใน “กองทุน Allianz Europe Equity Growth Class AT-EUR” ซึ่งบริหารจัดการโดย Allianz Global Investor บริษัทในเครือ Allianz กลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์อันดับ3 ของโลก ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 57 ล้านล้านบาท โดยกองทุนหลักมีขนาดกองทุน 1.8 แสนล้านบาท เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในประเทศของสมาชิกสหภาพยุโรปซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีแหล่งรายได้จากนอกยุโรปเฉลี่ยประมาณ 50% ซึ่งกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดรวม โดยผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง (31 พ.ค.46 - 31 พ.ค.56) อยู่ที่ 13.85% ต่อปี ในขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 6.83% ต่อปี และดัชนี MSCI Europe อยู่ที่ 6.48% ต่อปี เท่านั้น ในขณะที่อัตราผลตอบแทนย้อนหลังในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ณ 30 มิ.ย. 56) อยู่ที่ 12.42% ต่อปี ในขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 3.62% ต่อปี เท่านั้น จะเห็นว่าภาพของบริษัทจดทะเบียนในยุโรปเองต่างไปจากภาพเศรษฐกิจที่อาจจะยังดูไม่ดีนักก็ตาม

ปัจจุบันกองทุนหลักเน้นลงทุนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ในยุโรปซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ได้แก่ สหราชอาณาจักร 24.6% ฝรั่งเศส 22.2% เยอรมัน 11.7% สวีเดน 8.9% และเดนมาร์ก 8.7% และมีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มอุปโภคบริโภค 23.7% กลุ่มอุตสาหกรรม 20.0% และกลุ่มไอที 15.4%

"ปัจจุบันถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปอีกครั้งเพราะแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในปีหน้ายังมีแนวโน้มจะเป็นบวกมากขึ้นโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจยุโรปจะกลับมาขยายตัว 0.90% ในปี 57 จากที่หดตัว 0.60% ในปี 56 นี้ แม้จะเป็นการขยายตัวอย่างช้าๆ แต่ก็มีทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่องในแง่ของมูลค่าตลาดหุ้นยุโรปเองก็ยังไม่แพงปัจจุบันดัชนี MSCI Europe มีสัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ประมาณ 12 เท่า ในขณะที่ค่าเฉลี่ย 10 ปี อยู่ที่ 13.9 เท่า จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของผู้ลงทุนเพราะน่าจะเป็นตลาดที่มีการฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเช่นเดียวกับสหรัฐในช่วงปีที่ผ่านมาเช่นกัน"