"คาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์ส" ประกาศลดจำนวนที่นั่งในเที่ยวบินเส้นทางไกลบางเส้นทาง หวังพลิกกลับมาทำกำไรในปีนี้
คาเธ่ย์ แปซิฟิก ปลดระวางเครื่องบินโบอิ้ง 747 สามลำในช่วงครึ่งปีแรก และแทนที่ด้วยเครื่อง 777 ที่เล็กแต่ประหยัดน้ำมันมากกว่า ขณะที่บริษัทพยายามทำรายได้มากขึ้นจากเส้นทางบินไปอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด
นอกจากนี้คาเธ่ย์ ยังเป็นสายการบินเพียงรายเดียวในสิบสายการบินชั้นนำของเอเชีย ที่ลดที่นั่งต่อกิโลเมตร อันเป็นมาตรวัดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ลงมา 4.8% ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ และเทียบกับการูด้า อินโดนีเซีย ที่มีความสามารถดังกล่าวเพิ่มขึ้น 16.5% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ โบคอม อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า คาเธย์ปรับที่นั่งในเที่ยวบินสหรัฐ ลดจำนวนที่นั่งชั้นเศรษฐกิจ และเพิ่มที่นั่งชั้นเศรษฐกิจแบบพิเศษ ที่ทำให้มีที่นั่งน้อยลง แต่รายได้จากแต่ละที่นั่งจะสูงขึ้น
พร้อมกันนี้ บริษัทยังรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก ที่พลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง หลังขาดทุนสุทธิ 935 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 3.6 พันล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งการขาดทุนช่วง 6 เดือนแรกของปีที่แล้ว ถือเป็นผลประกอบการที่แย่ที่สุด นับแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคซาร์สในปี 2546 ที่ทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินลดลง
การตัดสินใจลดจำนวนที่นั่งลงอย่างมากของสายการบินรายนี้ ยังเกิดขึ้นหลังจากเมื่อปีที่แล้ว บริษัทมีรายได้สุทธิดิ่งลงไปถึง 83% โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศทบทวนตัวเลขน้ำหนักบรรทุกต่อกิโลเมตร ซึ่งเป็นมาตรวัดความสามารถในการรองรับทั้งผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้าลงมา 4.3% ต่อปี จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดความสามารถในการดำเนินงาน แต่ยังคงตัวเลขคาดการณ์ที่นั่งต่อกิโลเมตรไว้ที่ลดลง 1.5%









