"ยรรยง"เผยตรวจสต๊อกข้าวสำรองผู้ส่งออก 30 รายแรกพบข้าวขาดสำรองหลายราย เร่งสอบเหตุผลหากพบฟังไม่ขึ้นเตรียมเอาผิดทันที
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสต๊อกสำรองข้าวตามกฎหมายของผู้ส่งออก จำนวน 30 ราย พบว่ามีผู้ส่งออกจำนวนหนึ่งมีข้าวไม่เต็มตามปริมาณ สต๊อกที่กฎหมายกำหนด คือ 500 ตัน โดยพบว่าบางส่วนมีเพียง 30 ตัน หรือ 450 ตันเท่านั้น ซึ่งผู้ส่งออกอ้างว่า ภาวะตลาดตึงตัวจำเป็นต้องตัดสต๊อกข้าวที่มีอยู่ออกขายไปก่อนแทนที่จะสั่งซื้อข้าวทั่วไปจากตลาดมาส่งมอบให้ลูกค้า และผู้ส่งออกบางส่วนอ้างว่าเก็บข้าวไว้ในโกดังที่ต่างจังหวัดไม่ได้มีปริมาณขาดสำรองตามที่เข้าใจ ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดต่อไป หากพบว่ารายใดจงใจไม่สต๊อกข้าวตามปริมาณสำรองที่กฎหมายกำหนด จะดำเนินคดี คือปรับ 600 บาท จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะมีผลต่อเนื่องคือการถอนใบอนุญาตการส่งออกข้าวด้วย ส่วนผู้ส่งออกอื่นที่มีอยู่ในระบบรวม 200 รายก็จะเร่งทยอยเข้าตรวจสอบสต๊อกต่อไปเช่นกัน
ส่วนการขายข้าวในสต๊อกรัฐบาล ล่าสุดประเทศอิหร่านแจ้งว่าพร้อมจะรับมอบข้าวในวันที่ 1 ต.ค. นี้ และกรมการค้าต่างประเทศมีแผนจะเข้าไปทำตลาดอิรักเร็วๆนี้ เนื่องจากอิรักเป็นประเทศที่มีความต้องการบริโภคข้าวจำนวนมากเพราะผลิตได้ปริมาณน้อย ขณะเดียวกัน ทั้งอิรักและอิหร่านมีลักษณะการบริโภคคล้ายกันคือ ต้องเป็นข้าวคุณภาพดีโดยไม่เกี่ยงราคา
นายรรยง กล่าวอีกว่า การะบายข้าวเป็นการทั่วไป เร็วนี้ จะกำหนดเกณฑ์การเปิดประมูลครั้งต่อไป ซึ่งจะปรับเงื่อนไขให้มีความขึ้น เพื่อให้ผู้ส่งออกสะดวกและจูงใจให้เข้ามาร่วมเสนอราคาซื้อให้มากขึ้น เช่น การปรับโกดังที่จะขายจะต้องเป็นข้าวที่มีคุณภาพดี เป็นโกดังที่อยู่ใกล้ผู้ส่งออก เพื่อลดภาระค่าขนส่ง แต่จะให้คงการกำหนดราคากลางไว้ เพราะการขายข้าวแต่ละครั้งจะต้องให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อเข้าดูคุณภาพข้าวในแต่ละโกดังที่เปิดประมูล เพื่อลดข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพข้าว ไว้ต่อไป
"ก็เชื่อว่าเปิดประมูลรอบต่อๆ ไป ก็จะทำให้เงื่อนไข หรือ ข้าวที่จะขาย ง่ายและสะดวกกับผู้ส่งออกให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้มีคนมาเสนอราคามาก ๆ แต่ที่จะยังคงไว้คือ แต่ละล๊อกจะไม่ขายข้าวจำนวนมากๆ เพื่อไม่ให้กระทบราคาตลาด"นายยรรยง กล่าว
ส่วนผลการประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้าข้าวเสื่อมคุณภาพ ครั้งที่ 3/2556 ที่ประชุมได้รับทราบผลการตรวจคุณภาพข้าวแล้วพบว่าไม่มีสารพิษตกค้าง ทั้งในส่วนข้าวสารบรรจุถุงและข้าวที่ผ่านขั้นตอนพร้อมบริโภค ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่คณะกรรมการต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆที่เข้ามาตรวจคุณภาพข้าวต้องคำนึงถึงว่าการตรวจสอบต้องดำเนินการไปจนถึงขั้นข้าวที่พร้อมบริโภค เพราะต้องผ่านทั้งขึ้นตอนการซาวข้าว และการหุงด้วยอุณหภูมิ จุดเดือดซึ่งเป็นการฆ่าเชื้อโรคและขจัดสารพิษที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากขึ้นตอนการเก็บรักษาในครัวเรือนและจากร้านค้าจำหน่าย






