ชาญอิสสระฯคาดกำไรปีนี้โตกระโดดหลังขายสินทรัพย์เข้ากองอสังหาฯศรีพันวา 410 ล้านบาท ในไตรมาส 3 เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการครึ่งปีหลัง
นายสงกรานต์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI เปิดเผยว่า บริษัทคาดกำไรสุทธิปีนี้จะโตก้าวกระโดดจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 3 ปีนี้จะมีการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (SPWPF) จำนวน 410 ล้านบาท
แนวโน้มผลประกอบการปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้ใกล้เคียงปีก่อนที่มีรายได้ 2,100 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอโอน (backlog) จำนวน 2,000 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า โครงการที่รับรู้รายได้ในปีนี้ ได้แก่ โครงการ ดิ อิสสระ ลาดพร้าว, บ้านชานทะเลที่ชะอำ, โครงการชะอำอิสสระ และ โครงการศรีตะวัน
ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะเปิดโครงการใหม่อีก 4 โครงการ รวมมูค่า 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียมทิวทะเล ที่ชะอำ มูลค่า 1,800 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียมที่เชียงใหม่ 1,000 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียมที่ถนนนางลิ้นจี่ 600 ล้านบาท และโครงการศรีตะวัน ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว มูลค่า 600 ล้านบาท
"ความเสี่ยงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่เรื่องการตลาดหรือเงินทุน แต่เป็นเรื่องการควบคุมงบการก่อสร้าง และระยะเวลาก่อสร้าง เพราะปัญหาไม่ใช่เรื่องการขาย แต่เป็นเรื่องการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองไม่ได้กระทบต่อธุรกิจมากนัก ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 ด้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเรื่องกระตุ้นการท่องเที่ยว เชื่อว่าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้"
สำหรับเงินที่ระดมทุนจากการขายกองทุนอสังริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (SPWPF) ครั้งนี้มีจำนวน 2,000 ล้านบาท จะนำเงินที่ได้ไปขยายโครงการศรีพันวาที่ จ.ภูเก็ต เฟส 2 จำนวน 38 ยูนิต และนำไปซื้อที่ดินที่ จ.พังงา คาดว่าทั้งสองโครงการเริ่มดำเนินการได้ในปี 2557
นางโชติกา สวนานนท กรรมการผู้จัดการ บลจ.ไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้จัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์ SPWPF คาดว่า ผลตอบแทนของกองทุน SPWPF อยู่ประมาณ 7% จากราคา IPO หน่วยละ 10 บาท และหวังว่าราคาซื้อขายในกระดานจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตมาก รัฐบาลก็กระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งนี้ กองทุนนี้จะได้รับค่าเช่าคงที่รายปีตลอดระยะเวลาการเช่า 15 ปี โดยในช่วง 5 ปีแรก กองทุนจะได้รับประกันรายได้ค่าเช่าคงที่จำนวน 151 ล้านบาทต่อปี และปีที่ 6 เป็นต้นไป จะได้รับค่าเช่าคงที่เพิ่ม 10%ทุก 3 ปี และปีที่ 11 มีโอกาสได้รับค่าเช่าแปรผันเพิ่มเติม









