ธปท.เผยยอดสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ยังขยายตัวสูง แต่ชะลอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามภาวะเศรษฐกิจ
นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2/56 ว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีเสถียรภาพ สินเชื่อขยายตัวในระดับสูงแม้จะชะลอลงเล็กน้อย คุณภาพสินเชื่ออยู่ในเกณฑ์ดี กำไรสุทธิอยู่ในระดับสูง ฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง
ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 58.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการขายบริษัทย่อยของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ทั้งนี้ หากไม่รวมกำไรจากการขายบริษัทย่อยดังกล่าว ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 45.8 พันล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 6.6 พันล้านบาท หรือ 12.5% จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย ( ROA) ลดลงเหลือ 1.2%
ขณะที่อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) เพิ่มขึ้นจาก 2.49% มาอยู่ที่ 2.53% จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ตามสินเชื่อที่ขยายตัวสูง โดยเฉพาะสินเชื่ออุปโภคบริโภคซึ่งให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น
ทั้งนี้ ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนแข็งแกร่ง เงินกองทุนเพิ่มขึ้นจากกำไรที่มีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี สินทรัพย์เสี่ยงที่ขยายตัวสูง ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นและอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงทรงตัวที่ 15.7% และ 12.3% ตามลำดับ
ทั้งนี้ สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงขยายตัวในอัตราสูง แต่ชะลอลงอยู่ที่ 12.8% จากระยะเดียวกันปีก่อน ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากอุปสงค์ในประเทศและการส่งออก อย่างไรก็ดี สินเชื่อธุรกิจ (สัดส่วน 69.9% ของสินเชื่อรวม) ขยายตัวในอัตราใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ 10.1% จากการกู้ยืมรายใหญ่บางราย โดยสินเชื่อธุรกิจมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในภาคการพาณิชย์ และอุตสาหกรรม การผลิต ขณะที่สินเชื่อ SME (สัดส่วน 36.7% ของสินเชื่อรวม) ขยายตัวชะลอลงที่ 14.9%
สำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภค (สัดส่วน 30.1% ของสินเชื่อรวม) ขยายตัวชะลอลงที่ 19.5% จากสินเชื่อรถยนต์ที่การส่งมอบรถยนต์ภายใต้โครงการรถคันแรกทยอยหมดลง ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตยังคงขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภค และการแข่งขันให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์
สินเชื่อที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องและมากกว่าการระดมเงินผ่านเงินฝากตั๋วแลกเงิน (B/E) และเงินกู้ยืม ส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก B/E และเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้นเป็น 89.9%
คุณภาพสินเชื่ออยู่ในเกณฑ์ดี สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) มียอดคงค้าง 263.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 7.9 พันล้านบาท อย่างไรก็ดี สัดส่วน Gross NPL และ Net NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวที่ 2.2% และ 1% ตามลำดับ สำหรับสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) มียอดคงค้าง 260.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่ออุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์สัดส่วน SM ต่อสินเชื่อรวมจึงเพิ่มขึ้นเป็น 2.2%
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์มีการกันเงินสำรองเพิ่มขึ้นมากเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ส่งผลให้สัดส่วนเงินสำรองที่มีต่อเงินสำรองพึงกันเพิ่มขึ้นเป็น 162.5%






