'พุทธชาติ ช่วยราม' ทุกบาทที่ลงทุนต้องมั่นใจว่าไร้เสี่ยง

'พุทธชาติ ช่วยราม' ทุกบาทที่ลงทุนต้องมั่นใจว่าไร้เสี่ยง

การนำเงินมาทำธุรกิจที่ทำอยู่ไม่มีความเสี่ยงเพราะเป็นลูกค้ารายใหญ่และนิยมการลงทุนต่อยอดทางธุรกิจ แต่ก็มีการบริหารการเงินส่วนตัวที่ชัดเจน

ผมมีบ้านพักหลังพออยู่อาศัยไม่ใหญ่มาก จะได้ดูแลง่าย และค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลก็ไม่สูงมากมากด้วยเช่นกัน อยากให้ลูกๆ ใช้ชีวิตเรียบง่ายและพอเพียง ผมจะสอนลูกให้รู้จักใช้ชีวิต และให้เห็นความสำคัญของจิตใจคนรอบข้างมากกว่ายึดที่วัตถุ

รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร ชีวิตคนทำงานต่างก็ติดอยู่กับไอที ไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน บีบี และไอแพด จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่หากวันไหนที่เราลืมมือถือ คนกว่า 70% จะต้องกลับไปเอาที่บ้าน เพราะหากไม่มือถือก็เหมือนวันนั้นชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง ทั้งนี้เป็นเพราะอุปกรณ์เพื่อการสื่อสารเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในหลากหลายรูปแบบและตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

หัวใจของการพัฒนาระบบการสื่อสารให้สามารถรับ-ส่งสัญญาณไม่มีสะดุด ไม่ใช่แค่เพียงมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือเก็ดเจ็ทรุ่นล่าสุดเท่านั้น หากแต่ชิ้นส่วนอุปกรณ์เล็กๆ ที่ติดอยู่เริ่มต้นตั้งแต่ฐานราก และยอดบนสุดของเสาส่งสัญญาณที่กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ มีส่วนสำคัญที่ทำให้การสื่อสารมีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น "ช่วยราม กรุ๊ป" คือหนึ่งในผู้ผลิตและพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารที่ได้รับการยอมรับมาเกือบ 20 ปี ภายใต้การบริหารงานของ "พุทธชาติ ช่วยราม" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช่วยราม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ที่นำความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรม ไฟฟ้าสื่อสาร มาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีให้ผ่านยุค 2G สู่ 3G ในปัจจุบัน และกำลังเข้าสู่ 4G ในอนาคตอันใกล้

แม้จะอยู่ในแวดวงธุรกิจโทรคมนาคมที่เติบโตแบบก้าวกระโดด หากแต่การบริหารชีวิตของพุทธชาติมีการวางแผนที่รัดกุม โดยเฉพาะเรื่องการเงิน การออม และการลงทุน เพราะได้ประสบการณ์ชีวิตมาจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 40

"ช่วงนั้นต้องขายสินทรัพย์เพื่อใช้หนี้และประคองบริษัทให้อยู่ได้ ยังจ่ายเช็คได้ตามปกติ สำหรับผมถึงไม่มีเงิน แต่ต้องมีเครดิตทางการเงินที่ดี จากนั้นเริ่มหันมาเป็นผู้ผลิตให้สินค้าแบรนด์ต่างๆ ช่วยเพื่อน ช่วยคนงาน ให้มีรายได้ ช่วงนั้นธุรกิจโทรคมนาคมในช่วงนั้นถือว่าเป็นยุคเริ่มต้น เริ่มมีระบบ ฮัลโหล 1800 เข้ามาเปิดตลาดโทรศัพท์มือถือ เราวางจุดธุรกิจของเราเป็นทั้งผู้คิด ผู้ออกแบบ และผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ครบวงจรโดยคนไทยทุกขั้นตอน ไม่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากลดการนำเข้าแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือคนไทยด้วยกันเองด้วย"

แม้ว่าการลงทุนในธุรกิจจะมีความเสี่ยง แต่สำหรับหลักการบริหารงานของพุทธชาติ ธุรกิจเป็นความท้าทาย และมีความพร้อมที่จะลงทุนเพื่อเป็นการต่อยอดทางธุรกิจ เขาเป็นคนชอบความเสี่ยง ผลกำไรนาแต่ละปีจะนำมาลงทุนขยายธุรกิจตลอด สำหรับความคิดของเขาการนำเงินมาทำธุรกิจที่ทำอยู่ไม่มีความเสี่ยง เพราะลูกค้าของเรา คือเป็นบริษัทค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ในบ้านเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ทรูมูฟ เอไอเอส ดีแทค หรือบริษัทหูเหว่ย จากประเทศจีน เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เขามั่นใจว่า ธุรกิจของเขาไม่มีความเสี่ยงเลย และแม้ว่าพุทธชาติจะนิยมการลงทุนต่อยอดทางธุรกิจ แต่ก็มีการบริหารการเงินส่วนตัวที่ชัดเจน สำหรับวางแผนชีวิตให้กับครอบครัวในอนาคต

"โดยในส่วนการออมเงินจะนำรายได้ที่มาจากเงินเดือนเก็บ ผมจะตั้งเงินเดือนของตัวเองไว้ไม่สูง ผมมีบ้านพักหลังพออยู่อาศัยไม่ใหญ่มาก จะได้ดูแลง่าย และค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลก็ไม่สูงมากด้วยเช่นกัน อยากให้ลูกๆ ใช้ชีวิตเรียบง่ายและพอเพียง ผมจะสอนลูกให้รู้จักใช้ชีวิต และให้เห็นความสำคัญของจิตใจคนรอบข้างมากกว่ายึดที่วัตถุ ให้เขารู้จักค่าของเงิน ส่วนอื่นก็จะมีการซื้อประกันชีวิตให้กับทุกคนในครอบครัว มีการออมเงินให้กับลูกๆ โดยการฝากประจำทุกเดือน ผมจะสอนลูก ให้คิดและทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ให้สิทธิเสรีภาพทางความคิดกับเขา ผมจะมองเรื่องของนโยบายหลัก คือ เขาจะต้องเป็นคนดี ไม่ขี้เกียจ"

พุทธชาติยังบอกต่อว่า ในส่วนตัวเขา แม้จะชื่นชอบการลงทุน แต่ทุกบาททุกสตางค์ที่นำไปลงทุนต้องมั่นใจว่า จะไม่มีความเสี่ยง และมีความผันผวนสูงขึ้นลงตามกลไกของตลาด เช่น ราคาทองคำ น้ำมันมัน รวมทั้งการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน

"ผมมองว่าไม่มีหลักประกันความเสี่ยงที่ชัดเจน แตกต่างจากการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมเพราะฉะนั้นผมจะไม่เล่นหุ้น อะไรก็ตามที่ไม่ถนัดจะไม่ลงทุนเลย ผมคิดว่า เงินของผมที่มีที่มาที่ไปไม่จำเป็นต้องนำมาลงทุนในตลาดหุ้น ส่วนใหญ่คนที่เล่นหุ้นมีเงินเก็บอยู่ในธนาคาร ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนน้อย เขาก็เลยนำมาลงทุนในตลาดหุ้นให้เงินงอกเงย มองว่าเล่นหุ้น หรือซื้อทองคำ มีความเสี่ยงสูง"

การคลุกคลีอยู่ในธุรกิจโทรคมนาคมมากกว่า 20 ปี และก็เป็นธุรกิจที่มีแต่เติบโตขึ้นทุกวัน ที่สำคัญ "ช่วยราม กรุ๊ป" ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีว่า ธุรกิจของเขามีความเสี่ยงน้อยมาก หากเทียบกับธุรกิจประเภทอื่น และหากจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้นก็ไม่ได้เกิดจากลูกค้าซึ่งล้วนแต่เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการสื่อสาร แต่จะเกิดจากการบริหารงานผิดพลาดของตนเอง

"ผมไม่ได้จบเศรษฐศาสตร์ จบวิศวกรรมศาสตร์ เป็นวิศวกรธรรมดาๆ ในเวลาผมลงทุนทำธุรกิจ ผมจะมองภาพรวมของธุรกิจที่ทำอยู่ว่าเป็นอย่างไร มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะเติบโต ซึ่งเราจะมองได้ชัดเจนกว่าคนอื่นเพราะเราอยู่ในวงการตลอด ซึ่งธุรกิจโทรคมนาคมใหญ่มาก และยังมีช่องว่างให้เราสามารถลงทุนได้อีกเยอะ ตัวอย่างง่ายๆ คือ ถ้าผมมีเงิน 100 บาท ได้กำไรมา 50 บาท ผมจะลงทุนหมด 150 บาท ซึ่งหากมีได้ผลกำไรเพิ่มมาอีก ก็จะลงไปเท่าตัวตลอด ผมทำแบบนี้มาตั้งแต่ ปี 43 ที่เราเริ่มก่อตั้งบริษัท"

ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายของคนไทย เป็นสิ่งที่พุทธชาติกังวล เพราะปัจจุบันคนไทยมีการใช้เงินเกินตัว หนี้และภาระของภาคครัวเรือนสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับภาคธุรกิจในอนาคต ไม่สอดคล้องกับรูปแบบรายได้ของประเทศไทยที่เป็นแบบพีระมิด คนมีรายได้สูงอยู่บนยอดแต่คนส่วนใหญ่ที่ฐานพีระมิด มีรายได้ไม่มากเพียงพอที่จะใช้จ่าย แต่กลับมีหนี้สินมาก

"อยากให้ทุกคนตระหนักเรื่องนี้ให้มาก ผมมองว่าปัญหาเรื่องรถยนต์คันแรกจะเป็นการสร้างหนี้อย่างมาก คนไทยมีการใช้จ่ายที่เกินตัว บางคนซื้อสินค้าแบรนด์เนมโดยที่ไม่มีความจำเป็นแค่อยากมีเท่านั้น ใช้บัตรเครดิตซึ่งเป็นการใช้เงินอนาคตจ่ายไปก่อน เพื่อตอบสนองความชื่นชอบส่วนตัว โดยที่รายได้ยังคงเดิม บัตรเครดิตมีเพื่ออำนวยความสะดวกไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก แต่บางคนนำไปใช้ล่วงหน้า จนมีหนี้ทับถมใช้จ่ายเกินตัว ก็ต้องกู้ยืมเงินไปเรื่อยๆ เป็นหนี้ไม่จบสิ้น"

การเริ่มต้นธุรกิจมาจากเล็ก...มาถึงวันนี้ ช่วยราม กรุ๊ป เป็น 1 ใน 3 บริษัท ที่ผลิต และติดตั้งอุปกรณ์การสื่อสาร ทั้งไร้สายและมีสาย เพราะฉะนั้นหากจะมีวิกฤติ ในอนาคต เขาก็พร้อมที่จะรับ และกลับไปยืนที่จุดเดิมได้ และในอนาคตหากธุรกิจอยู่ได้เขาพร้อมที่จะรับใช้บ้านเมืองในฐานะ “นักการเมืองรุ่นใหม่” เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นแดนสวรรค์ของนักลงทุนต่างชาติก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ AEC อย่างเต็มตัว ในปี 2558