เป็นตัวเลือกที่ดีช่วงกำลังซื้อชะลอตัว
กำไรสุทธิ 2Q56 ดีกว่าคาด
CPALL รายงานกำไรของ 2Q56 ที่ 2,649 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.29 บาท ใกล้เคียง 2Q55 แต่ลดลง 17% QoQ ในไตรมาสนี้ CPALL บันทึกกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนหุ้น MAKRO จำนวน 72 ล้านบาท หากไม่รวมรายการนี้และผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 34 ล้านบาท ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติมีกำไร 2,612 ล้านบาท ใกล้เคียง 2Q55 แต่ลดลง 18% QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นกว่ารายได้ โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายการตลาด ส่วนค่าใช้จ่ายซื้อกิจการ MAKRO เห็นผลกระทบต่อฐานค่าใช้จ่ายไม่เต็มไตรมาส รวมทั้งเริ่มรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายเงินกู้บางส่วน 127 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน และอัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 6.4% และ 5.2% ตามลำดับ
ร้านเซเว่นฯ เติบโตต่อเนื่อง
ใน 2Q56 CPALL มีรายได้ 51,082 ล้านบาท ใกล้เคียง 1Q56 และเพิ่มขึ้น 12% YoY เป็นรายได้ธุรกิจร้านเซเว่นฯ 98% ขณะเดียวกันร้านเซเว่นฯ มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งจากยอดขายสาขาเดิมเติบโต 7.9% (Same store sales growth) มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 7,210 สาขา เพิ่มขึ้น 8% YoY รวมทั้งมีจำนวนลูกค้าใช้บริการต่อสาขาต่อวันเพิ่มขึ้น 2% YoY และยอดซื้อต่อใบเสร็จสูงขึ้น 5% นอกจากนี้ร้านเซเว่นฯ มีสัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่ม Food เพิ่มเป็น 73.3% และ Gross margin 26.3%
ปรับลดประมาณการ 3 ปีสะท้อนค่าใช้จ่ายและเงินลงทุนใหม่
CPALL เพิ่มเป้าหมายเงินลงทุนปีนี้เป็น 7,000-7,600 ล้านบาท จากเดิม 6,000-6,500 ล้านบาท รองรับการขยาย DC และลงทุนบริษัทย่อย นอกจากนี้หลังสิ้นสุด Tender Offer หุ้น MARKO เมื่อ 5 ส.ค. บริษัทจะเริ่มรวมผลการดำเนินงาน MAKRO บางส่วนใน 3Q56 เราปรับลดประมาณการปี 2556-2558 สะท้อน 3 สาเหตุ 1) ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มซื้อ MAKRO 2) ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภคสูงกว่าคาด และ 3) เงินลงทุนใหม่ 7,600 ล้านบาท คาดว่าปีนี้ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติจะมีกำไร 11,924 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และคาดว่ากำไร 3 ปีข้างหน้าเติบโตต่อปี 23% (CAGR 2556-2558)
Upside จากมูลค่าเหมาะสมใหม่ยังจูงใจ
เราประเมินมูลค่าเหมาะสม CPALL ใหม่ 55 บาท จากเดิม 63 บาท (DCF WACC 5.9%) มองว่าช่วงเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว ร้านเซเว่นฯ จะเป็นตัวเลือกที่ดีในกลุ่มค้าปลีก ประกอบกับราคาปัจจุบันยังมี Upside 50% จากมูลค่าเหมาะสมใหม่ คงคำแนะนำ “ซื้อ”









