จับตาผลคัดเลือก "ประธานแบงก์ชาติ" วงการชี้ "อำพน" เต็ง1 เหตุมุมมองเชิงนโยบาย สายสัมพันธ์แนบแน่นรัฐบาล ผลงานเข้าตา หาญกล้า ปลด "ปิยสวัสดิ์"
วันนี้ (6 ส.ค.) ถือเป็นนัด "ชี้ชะตา" ว่าใครจะได้เป็น "ประธานกรรมการ" ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ที่มานั่งแทน "วีรพงษ์ รามางกูร" ซึ่งเพิ่งจะกลายเป็น อดีตประธานกรรมการ ธปท. ไปเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องมาจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์
รายชื่อที่ถูกส่งเข้าประกวด ณ เวลานี้ น่าจะสะเด็ดน้ำดีแล้ว โดยแคนดิเดตทั้ง 3 คน ว่ากันว่ามีชื่อ "อำพน กิตติอำพน" ซึ่งเป็นโควตาที่ถูกส่งโดย "อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม" ปลัดกระทรวงการคลัง ส่วนอีก 2 รายชื่อ คือ "ปรีดิยาธร เทวกุล" และ "ณรงค์ชัย อัครเศรณี" ที่ถูกส่งในนาม "ประสาร ไตรรัตน์วรกุล" ผู้ว่าการธปท.
หากหยิบรายชื่อทั้ง 3 คนขึ้นกาง ต้องบอกว่า "ไม่มีใครกินใคร"
..ทางด้าน "ปรีดิยาธร" อาจมีภาษีดีกว่าตรงที่ เคยเป็นทั้งอดีตผู้ว่าการ ธปท. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงเข้าใจทั้งนโยบายการเงินและการคลังเป็นอย่างดี ขณะที่ "ณรงค์ชัย" เองก็ผ่านประสบการณ์ด้านการเงินมามาก ทั้งยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในปัจจุบันด้วย
ส่วนทางด้าน "อำพน" นั้น ..แม้ "วัยวุฒิ" จะเป็นรอง เพราะมีอายุเพียง 58 ปี แต่สำหรับ "คุณวุฒิ" และความ "เก๋า" แล้ว ไม่ได้น้อยตามอายุเลย ...ปัจจุบัน "อำพน" สวมหมวกอยู่หลายใบ ทั้งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ กรรมการกฤษฎีกา
นอกจากนี้ เขายังมีตำแหน่งเป็น คณะกรรมการ กนง. และ คณะกรรมการธปท. ด้วย ดังนั้นหากถามว่า หมวกหลายใบที่เขาสวมอยู่ โดยเฉพาะตำแหน่ง เลขาธิการครม. จะผ่านคุณสมบัติการคัดเลือกเป็น "ประธานกรรมการ ธปท." หรือไม่?
..เรื่องนี้ต้องบอกว่าด้วยตำแหน่งปัจจุบันที่เขานั่งเป็น "กรรมการ" ในคณะกรรมการ ธปท. ถือเป็นเครื่องการันตีอยู่แล้วว่า คุณสมบัติไม่ใช่ปัญหา เพราะทั้งตำแหน่ง "ประธาน" และ "กรรมการ" ใน ธปท. ต่างใช้เกณฑ์คุณสมบัติเดียวกัน อีกทั้งตำแหน่ง เลขาธิการ ครม. ก็ถือเป็นข้าราชประจำ ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ตามข้อห้ามของกฎหมาย ธปท.แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามคนในวงการ การเงิน "แทงเต็ง" แล้วว่า "อำพน" น่าจะชนะการคัดเลือกได้ไม่ยาก เพราะนอกจากคุณสมบัติจะครบเครื่องแล้ว ยังมีมุมมองเชิงนโยบาย และการทำงานที่สอดรับกับรัฐบาลเป็นอย่างดี ซึ่งการันตีโดยปลัดกระทรวงการคลัง
ก่อนหน้านี้ "อารีพงศ์" เคยให้สัมภาษณ์ว่า รายชื่อที่เขาส่งเข้าประกวด เพื่อคัดเลือกเป็น ประธานกรรมการ ธปท. นั้น มีความเหมาะสมทุกด้าน โดยนอกจากจะมีความรู้ด้านเศรษฐกิจที่แท้จริงแล้ว ยังรู้กลไกการทำงานของภาครัฐ เชื่อว่าจะช่วยทำการบริหารและการดำเนินงานในธปท. เพื่อให้มีความคิดที่หลากหลายและสมดุลมากขึ้นได้
นอกจากนี้ หากดูรายชื่อ คณะกรรมการคัดเลือกทั้ง 7 คน ที่ตั้งขึ้นโดย "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ต้องบอกว่า กรรมการคัดเลือกส่วนใหญ่ มาจากสายกระทรวงการคลัง และมีมุมมองเชิงเศรษฐกิจที่สอดรับกับรัฐบาล
..คนในวงการการเงินจึงกล้าขีดเส้นใต้ตรงชื่อ "อำพน" ให้เป็น แคนดิเดต อันดับ1 ของการคัดเลือกในครั้งนี้
สำหรับคณะกรรมการคัดเลือกทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะกรรมการคัดเลือกฯ ในครั้งนี้ และกรรมการอีก 6 คน ประกอบด้วย นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง , นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร , นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ , นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ , นางสาวพรทิพย์ จาละ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และ นายพรชัย นุชสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
ว่าไปแล้ว "อำพน" นอกจากจะมีคุณสมบัติครบเครื่องตามสเปคของรัฐบาลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความรู้ความสามารถแล้ว.. "อำพน" ยังเป็นคน "กล้า" อย่าที่ไม่มีใครคาดถึง เรื่องนี้ยืนยันได้จากมติบอร์ด "การบินไทย" ที่เขานั่งเป็นประธานกรรมการ ซึ่งมีมติให้ปลด "ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์" พ้นจากตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แบบฟ้าผ่า โดยให้เหตุผลว่า ทำงานไม่เข้าขากับบอร์ด
หากดูภารกิจที่ยังคั่งค้างอยู่ในสมัยของ "วีรพงษ์" ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความเห็นเชิงนโยบายการเงิน ระหว่าง "คนธปท." กับ "รัฐบาล" ที่ไม่สอดผสานกันแล้ว บวกกับปัญหาการขาดทุนของแบงก์ชาติ ซึ่งก็ยังเรื้อรังแก้ไขได้ไม่เบ็ดเสร็จ รัฐบาลจึงต้องการคนที่ "กล้า" ซึ่งสามารถ "งัด" หรือ "จูน" นโยบายต่างๆ ระหว่างคนธปท.กับรัฐบาลเข้าด้วยกันได้ คำตอบสุดท้าย จึงน่าจะอยู่ที่ชื่อของ "อำพน กิตติอำพน"
อย่างไรก็ตาม "อำพน" ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า แม้เขาจะมีรายชื่อติด 1 ใน 3 แคนดิเดตที่ได้รับคัดเลือกเป็นประธานกรรมการธปท. แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถพูดอะไรได้ ต้องรอให้ประกาศผลและโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการก่อน เพื่อดูว่าใครจะได้รับการคัดเลือก
เขาระบุว่า ตำแหน่งประธานกรรมการธปท.นั้น เป็นตำแหน่งที่มีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากกรรมการธปท. ซึ่งเขาอยู่ในตำแหน่งนี้มาแล้ว 8-9 ปี
สำหรับหน้าที่ของ คณะกรรมการ ธปท. นั้น ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธปท. กำหนดไว้ว่า มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการและการดำเนินการของธปท. เพื่อให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 ที่กำหนดว่า ให้ ธปท. มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินภารกิจอันพึงเป็นงานของธนาคารกลาง เพื่อดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงิน และเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน รวมถึงระบบชำระเงิน เว้นแต่กิจการและการดำเนินงานที่เป็นอำนาจหน้าที่ของ กนง. และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) รวมถึงคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.)
นอกจากนี้ หน้าที่ของคณะกรรมการ ธปท. ให้รวมถึง การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานและงบประมาณ และประเมินผลการดำเนินกิจการและการดำเนินงานของธปท. รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงานโดยทั่วไปของผู้ว่าการ ธปท.









