วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นปรับฐาน!กรุงไทยออกอีทีเอฟกลุ่มสื่อสาร

บลจ.กรุงไทยสบจังหวะตลาดหุ้นไทยปรับฐาน ส่ง"กอง EICT"ลุยดัชนีหุ้นกลุ่มสื่อสารกองแรกของไทย ชูเป็นกลุ่มหุ้นที่มีการเติบโตและทนทานยามตลาดผันผวน

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัดเปิดเผยว่า บริษัทกำลังเสนอขาย "กองทุนทุนเปิด KTAM SET ICT ETF Tracker (EICT)" ระหว่างวันที่ 5 - 16 ส.ค. 56 นี้ ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟที่อ้างอิงกับดัชนีหมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (SET ICT Sector Index) ซึ่งประกอบด้วย 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1) ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 2) ผู้ขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 3) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต 4) ผู้ให้บริการดาวเทียม และ 5) ผู้ให้บริการโครงข่ายไอซีที ประกอบไปด้วยหุ้น 27 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13.5% ของดัชนีตลาดรวม ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (ณ 30 มิ.ย. 56) ดัชนีหุ้นกลุ่มสื่อสารปรับตัวเพิ่มขึ้น 57.22% ขณะที่ตลาดหุ้นรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 23.87% ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีการเติบโตดัชนีกลุ่มสื่อสารก็ปรับตัวดีกว่าดัชนีโดยรวมถือเป็นหุ้นที่ยังมีการเติบโต แต่ในขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงดัชนีกลุ่มสื่อสารก็เหมือนหุ้น Defensive Stock ที่ปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดโดยรวม จึงเป็นหุ้นที่มีลักษณะของทั้งหุ้นเติบโตและหุ้นที่มีความทนทานด้วยเช่นกัน

"ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มสื่อสารก็ปรับตัวขึ้นมามากบริษัทก็รอจังหวะให้ตลาดหุ้นโดยรวมมีการปรับฐานลงมาก่อน ซึ่งในจังหวะนี้ถือเป็นช่วงที่ดีที่ตลาดหุ้นปรับฐานลงมาพอดี ซึ่งเมื่อมองกับกลุ่มดัชนีกลุ่มสื่อสารที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลประมาณ 4 - 5% และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิของกลุ่มในปีนี้และปีหน้าที่ 33% และ 27% ตามลำดับ ระดับของดัชนีกลุ่มสื่อสารก็น่าจะมีโอกาสเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับการเติบโตของกำไรของกลุ่มได้เช่นเดียวกัน โดยลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท และจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 27 ส.ค. 56 นี้"

นายสมชัย กล่าวเสริมว่า ปีนี้บริษัทคาดว่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ของบริษัทน่าจะจบลงที่ประมาณ 500,000 ล้านบาท ได้ จากสิ้นปีที่ 420,000 ล้านบาท หรือโตประมาณ 20% ได้ โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้บริษัทมีแผนจะออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมอีกพอสมควร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างของจัดตั้ง "กองทุนอสังหาริมทรัพย์ซีพีแลนด์" มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท กับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ โดยจะลงทุนในสิทธิการเช่า (Lease Hold) อายุ 30 ปี ใน 3 อาคารของกลุ่มซีพี ได้แก่ 1) อาคารฟอร์จูน 2) อาคารซีพี-สีลม และ 3) อาคารย่านพญาไท รวมทั้งแผนเพิ่มทุน “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยรีเทล อินเวสเม้นต์ (TRIF)” อีกประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยจะลงทุนเพิ่มในพันธ์ทิพย์สาขาอื่นและเอเชียทีคเข้ามาในกองทุนเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในโรงแรมอีกประมาณ 18,000 ล้านบาท รวมถึงแผนการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนในโรงงานผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์อีกประมาณ 2,000 ล้านบาท ด้วย

"ทั้งหมดนี้มั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งได้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้แน่นอน นอกจากนี้บริษัทยังทำงานร่วมกับธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นแบงก์แม่อย่างใกล้ชิดในการจะจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน"