บริษัทเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ ธนาคารยักษ์ใหญ่ของอังกฤษรายงานว่ามีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 23% ในช่วงครึ่งปีแรก
ธนาคารเอชเอสบีซีแถลงเมื่อวานนี้ว่า ผลกำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นทั่วไปในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 อยู่ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 8,150 ล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 ขณะที่รายได้ลดลง 7% เหลือ 34,400 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากธนาคารลดจำนวนสาขาทั่วโลกลงเพื่อไปเน้นในตลาดที่ทำกำไรมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ราคาต้นทุนอ้างอิงก็ลดลง 8% อันเป็นผลมาจากค่าปรับฐานทำผิดหลักเกณฑ์และข้อหาขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยมิชอบนั้นลดน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของเอชเอสบีซีก็ร่วงลงหลังมีข่าวดังกล่าว ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า รายได้ของเอชเอสบีซีลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ และการด้อยค่าก็ไม่ได้ต่ำตามที่หวังไว้ ส่วนหนึ่งมาจากกฎข้อบังคับที่เข้มงวดมากขึ้นในละตินอเมริกา
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของเอชเอสบีซี "นายสจวร์ต กัลลิเวอร์" ออกมาคลายความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตที่ชะลอตัวลงในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่โดยกล่าวว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฏจักรทางเศรษฐกิจที่ยาวนานขึ้น และบอกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลงส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ แต่ความกังวลเกี่ยวกับภูมิภาคดังกล่าวนั้นมีมากเกินไป
นับตั้งแต่ปี 2554 เอชเอสบีซีทำการปรับลดการดำเนินงานทั่วโลกมาโดยตลอด และจนถึงขณะนี้ก็ได้ขายกิจการไปแล้ว 54 แห่ง โดยมี 11 แห่งถูกขายไปในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อย่างไรก็ดี ปริมาณการขายกิจการในปัจจุบันจะชะลอตัวลง เนื่องจากแผนระยะเวลา 3 ปีใกล้ประสบความสำเร็จ
ผลดำเนินการของเอชเอสบีซีได้รับแรงหนุนจากภาควาณิชธนกิจ ซึ่งมีผลกำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 13% อยู่ที่ 5,720 ล้านดอลลาร์ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากบริษัทต่างๆหาเงินทุนให้ตัวเองโดยการเข้าสู่ตลาดพันธบัตรมากขึ้นเรื่อยๆแทนการกู้เงินจากธนาคาร








