วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.ตั้งอินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์2พันล้าน

กฟผ.ตั้ง"อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์"โรงไฟฟ้าพระนครเหนือระดมทุน 2 พันล้าน คาดได้ข้อสรุปตั้งที่ปรึกษาเดือนส.ค. ก่อนดันโรงไฟฟ้ากระบี่ระดมทุนตาม

นายสุนชัย คำนูญเศรษฐ์ ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นผู้ว่ากฟผ.คนที่ 12 ต่อจากนายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดูแลกิจการไฟฟ้าของประเทศ จะต้องทำให้พลังงานไฟฟ้ามีความมั่นคง มีคุณภาพ ในราคาไม่แพง ซึ่งการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ ถือว่ามีความจำเป็น โดยในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพี 2013 ที่น่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปีนี้ คาดว่าจะต้องลดสัดส่วนเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติลงจาก 70% เหลือประมาณ 40% และเพิ่มสัดส่วนของถ่านหินขึ้นจากร้อยละ 18 เป็นประมาณ 30% เพื่อสร้างความมั่นคงของพลังงาน เนื่องจากการพึ่งพิงเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งในการผลิตไฟฟ้า จะทำให้ราคาผันผวน และมีความเสี่ยง จึงต้องมีการพัฒนาควบคู่กัน ทั้งพลังงานหลัก และพลังงานทดแทน ซึ่งเชื้อเพลิงถ่านหินเป็นทางเลือกที่จะพัฒนาไปได้มากกว่า เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตไฟฟ้าโดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ อีกทั้งนานาประเทศใช้ผลิตไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลาย แม้แต่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีแหล่งก๊าซธรรมชาติอยู่มาก ได้ประกาศเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าแล้วถึงร้อยละ 40 ซึ่งส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของมาเลเซียมีราคาที่ถูกกว่าไทยแล้ว

สำหรับความต้องการเงินลงทุนของกฟผ.ในปี2556-2560 จำนวน 303,175 ล้านบาทนั้น จะแบ่งเป็นการลงทุนในระบบผลิต โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า จำนวนประมาณ 180,019 ล้านบาท และระบบส่ง 123,156 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นปี 2556 จำนวน 37,508 ล้านบาท ปี 2557 จำนวน 40,582 ล้านบาท ปี 2558 จำนวน64,957 ล้านบาท ปี 2559 จำนวน 78,704 ล้านบาท และปี2560 จำนวน 81,424 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2561-2565 กฟผ.ยังมีภาระการลงทุนอีกประมาณ 478,469 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนในระบบผลิตจำนวน 304,271 ล้านบาท และระบบสายส่งอีกจำนวน 174,198 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นปี 2561 จำนวน 77,336 ล้านบาท ปี 2562 จำนวน 82,346ล้านบาท ปี 2563 จำนวน 97,586 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 106,770 ล้านบาท และปี 2565 จำนวน 114,431 ล้านบาท ซึ่งหากนับรวมตัวเลขความต้องการการลงทุนของกฟผ.ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จะต้องใช้เงินรวมประมาณ 781,644 ล้านบาท

การลงทุนของกฟผ. จะใช้เงินกู้ประมาณ 70% และเงินทุนประมาณ 30% โดยเงินกู้จะมีการออกพันธมิตร และมีแนวทางที่จะระดมเงินผ่านกองทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือ Infrastructure Fund ซึ่งภายในเดือนสิงหาคมนี้ จะสามารถคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินมาช่วยศึกษาในเรื่องนี้ โดยกฟผ. มีแนวคิดที่จะนำโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ สอง ขนาด 900 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ เข้าไประดมทุนให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนเป็นเจ้าของ โดยให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในธนาคาร ในวงเงินเริ่มต้นประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยหากการระดมทุนในแนวทางนี้ได้รับการตอบรับที่ดี จากนักลงทุนและประชาชน ก็จะมีการพิจารณานำโรงไฟฟ้ากระบี่ เข้าระดมทุนเช่นเดียวกัน

ในส่วนของแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน จะมีการเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าจากลาว จากเอ็มโอยูเดิม ที่ตกลงไว้ 7,000 เมกะวัตต์ มีการรับซ้อแล้ว 5,200 เมกะวัตต์ จะเพิ่มเป็นประมาณ 10,000 เมกะวัตต์ ส่วนพม่าที่มีข้อตกลงเป็นเอ็นโอยูไว้ 10,000 เมกะวัตต์ และเอ็มโอยูหมดอายุไปแล้วนั้น ก็จะต้องมีการพิจารณาเจรจาลงนามข้อตกลงกันใหม่ รวมทั้ง จีน ที่มีข้อตกลงเอ็มโอยู กันไว้ 3,000 เมกะวัตต์ ก็กำลังมีการพิจารณาว่าจะนำไฟฟ้าเชื่อโยงเข้าสู่ระบบ เพื่อนำไฟฟ้ากลับมาใช้ในประเทศไทยได้อย่างไร