กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกยังโตดี มั่นใจทั้งปีได้ตามเป้าที่ 12,340 ล้านบาท รับห่วงการชะลอตัวภาคบริโภคในครึ่งปีหลัง
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกของบริษัทยังเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยเบี้ยรับในไตรมาส 2 อยู่ที่ 9,268 ล้านบาท ทำให้ครึ่งแรกปีมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 22,550 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ 40,750 ล้านบาท ส่วนเบี้ยรับใหม่ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,348 ล้านบาท ทำให้ครึ่งปีแรกมีเบี้ยรับใหม่อยู่ที่ 6,500 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 12,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน ทำให้เชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ทั้งนี้ เบี้ยรับรวมและเบี้ยรับใหม่ที่ลดลงในไตรมาส 2 เป็นผลมาจากการขายผ่านช่องทางธนาคารปรับลดลง จากที่เร่งยอดขายในไตรมาสแรก ซึ่งธนาคารถือเป็นช่องทางหลักกว่า 75% ของยอดขายทั้งหมด ประกอบกับไตรมาสแรกบริษัทมีผลิตภัณฑ์ออกมาค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มการชะลอตัวลงเนื่องจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจยากขึ้นตามภาระที่เพิ่มขึ้น ในช่วงที่เหลือของปีบริษัท ดังนั้นบริษัทจะหันมามุ่งเน้นประกันเพื่อความคุ้มครองมากขึ้นกว่าประกันสะสมทรัพย์ที่ผู้บริโภคมองว่าการได้รับผลตอบแทนจะใช้เวลานาน โดยในขณะนี้สัดส่วนประกันสะสมทรัพย์คิดเป็นสัดส่วนกว่า 85% ของกรมธรรม์ รวมทั้งจะเพิ่มประสิทธิภาพการขายผ่านตัวแทนมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนอยู่ 1.9 หมื่นคน
นายโชน ยังกล่าวถึงพอร์ตการลงทุนของบริษัทในขณะนี้มีสินทรัพย์อยู่ที่ 157,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 20%จากสิ้นปีก่อนที่มี 137,600 ล้านบาท โดยสัดส่วนกว่า 85% เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ โดยเฉพาะตราสารหนี้ภาครัฐ สัดส่วน 10% เป็นการลงทุนในหุ้น ที่เหลือเป็นการลงทุนในกองทุนรวมและอื่น ๆ ขณะที่การลงทุนในต่างประเทศยังมีไม่มากนัก
ทั้งนี้ผลกระทบจากความไม่แน่นอนของมาตรการคิวอียอมรับว่าทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น จึงจะเห็นได้ว่าบริษัทได้ปรับลดการลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นที่มีความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยในขณะนี้เพื่อลงทุนในตราสารระยะยาวมากขึ้น ขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลกยังทำให้ความผันผวนในตลาดทุนเพิ่มขึ้นกระทบกับราคาหุ้นปรับลดลงส่งผลต่อมูลค่าหุ้นที่บริษัทถืออยู่ด้วย









