วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้มหุ้น ส.ค.ผันผวนรับการเมืองกดดัน

แนวโน้มหุ้นไทย ส.ค. ผันผวนรับการเมือง-เศรษฐกิจในประเทศกดดัน แนะทยอยซื้อสะสม กลุ่มสื่อสาร – อสังหาฯ –กลุ่มเกี่ยวข้องทีวีดิจิตัล

ผ่านการลงทุนเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นร้อนๆหนาวๆ หลังจากปัจจัยลบหลายด้านกดดันตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ผันผวนอย่างหนัก ชนิดที่ว่าขึ้นเช้าบ่ายร่วง หรือบางวันอาจเช้าร่วงบ่ายดีดขึ้น จนนักวิเคราะห์หลายสำนักต้องออกโรงเตือนให้ระมัดระวังการลงทุน โดยช่วงเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยแตะระดับสูงสุดที่ 1,513.31 จุด เมื่อวันที่ 23 ก.ค. และดัชนีต่ำสุดที่ 1,388.41 จุด เมื่อวันที่ 10 ก.ค.

ขณะที่เดือน ก.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเพียง 498.32 ล้านบาท เท่านั้น ขณะที่นักลงทุนสถาบันขายสุทธิสูงสุดถึง 10,324.70 ล้านบาท ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงต้นปี จนถึงวันที่ 31 ก.ค. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิสูงถึง 76,086.23 ล้านบาท

ส่วนแนวโน้มการลงทุนในเดือน ส.ค. นี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า ทิศทางน่าจะยังผันผวนโดยมีปัจจัยการเมือง เป็นปัจจัยหลักที่กดดัน

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือน ส.ค. ถือเป็นช่วงเดือนที่ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแบบผันผวน จากปัจจัยการเมืองในประเทศกดดัน จากการประชุมสภาฯในวันที่ 1 ส.ค. ,การชุมนุมของกลุ่มคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 4 ส.ค., การนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่การพิจารณาของสภาวันที่ 7 ส.ค., การแถลงผลงานรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันที่ 8 ส.ค., การพิจารณางบประมาณปี 2557 วันที่ 14 – 15 ส.ค. และการพิจารณาพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วันที่ 21-22 ส.ค.นี้ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยอย่างมาก

ขณะเดียวกันล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่ 3 เขตของกรุงเทพมหานคร (กทม.) คือ พระนคร, ดุสิต และป้อมปราบศัตรูพ่าย ระหว่างวันที่ 1-10 ส.ค.นี้ เพื่อดูแลความ สงบเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มภาคประชาชน เพื่อต่อต้านรัฐบาล ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อดัชนีในระยะสั้นเช่นกัน

ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจในประเทศเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประกาศปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีลงเหลือประมาณ 4% เท่านั้น ขณะที่จีดีพีและส่งออกไตรมาส 2 ที่ออกมาล่าสุดของน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในประเทศด้วย

"มองว่าในเดือน ส.ค. แทบจะไม่มีปัจจัยบวกมาให้นักลงทุนได้ดีใจ แต่ผมมองว่า หากปัจจัยลบเหล่านั้น ไม่มีความรุนแรง และมีแนวโน้มในทิศทางที่ดี ก็จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และการที่เฟดประกาศคงอัตราดอกเบี้ยและพร้อมเดินหน้ามาตรการคิวอีก็ถือเป็นปัจจัยบวก แต่จะส่งผลบวกกับตลาดหุ้นระยะสั้นเท่านั้น จากนี้ต้องติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศล้วนๆ" นายอภิชาติ กล่าว

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อทยอยสะสมในช่วงที่ดัชนีปรับลดลง ในกลุ่มสื่อสารและอสังหาริมทรัพย์ อาทิ SIM, SAMART, INTUCH, LH, SIRI, OH เป็นต้น โดยประเมินกรอบเคลื่อนไหวที่ 1,380 – 1,480 จุด

ด้านน.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือน ส.ค. ยังเต็มไปด้วยความผันผวน จากปัจจัยกดดันเรื่องการเมืองและเศรษบกิจในประเทศเป็นหลัก แม้ว่าจะมีข่าวดีเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ประกาศเดินหน้ามาตรการคิวอีต่อเนื่องก็ตาม เนื่องจากมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลบวกแค่ระยะสั้น แต่ปัจจัยการเมืองในประเทศที่ส่อแววรุนแรง และตัวเลขเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับลดลง ยังกดดันการลงทุนในประเทศอยู่

ทั้งนี้ แนะนำลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทีวีดิจิตัล อาทิ กลุ่มเนชั่น เป็นต้น และหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มการเมือง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,350 – 1,530 จุด

ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุว่า เดือน ส.ค.นี้ เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนในการเข้าสะสมหุ้นเพราะเชื่อว่า ตลาดน่าจะซึมซับข่าวร้ายที่เป็นปัจจัยกดดันก่อนหน้าไปพอสมควรแล้ว ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงน่าจะดีขึ้นตามลำดับ

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเล่นหุ้นกลุ่มที่ผลประกอบการเติบโตดี เพราะเข้าสู่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ตามสถิติย้อนหลังไตรมาส 2 มักเป็นช่วงเวลาที่ดัชนีมีกำไรสุทธิค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสอื่นๆ

ทั้งนี้ ประเมินว่า ดัชนีในเดือนนี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 1,450-1,550 จุด