วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกฯไม่ห่วงนิรโทษ แต่ผวาสอย2ล้านล้าน

โบรกฯไม่ห่วงม็อบต้านก.ม.นิรโทษกรรม-โค่นรัฐบาล เชื่อไม่ถึงขั้นแตกหัก แต่กังวลพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ถูกสอย กระทบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ รายงานว่า บรรยากาศทางการเมืองเดือนนี้เข้าสู่ภาวะอึมครึม และอาจเกิดความวุ่นวายขึ้นได้ จากการดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่สภาฯ เป็นวาระแรกในวันที่ 7 ส.ค. นี้ ซึ่งเป็นเวลาไล่เลี่ยกันกับการนัดชุมนุมของกลุ่มคนต่อต้านรัฐบาลในวันที่ 4 ส.ค. ถึงแม้เราจะเชื่อว่าไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว แต่ก็น่าจะสร้างความร้อนแรงทางการเมืองให้เกิดขึ้นในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปได้ โดยเฉพาะในการประชุมสภาสมัยนี้ จะมีการพิจารณาหลายเรื่องสำคัญ อาทิ ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 57, กฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแถลงผลงานของรัฐบาล และการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

"ในมุมมองของเราเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อความปรองดองของคนในชาติ เพียงแต่ห่วงการสอดแทรกในประเด็นที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ (การนิรโทษกรรมให้อดีตนายกฯ ทักษิณ) ดังนั้นการดันกฎหมายนิรโทษกรรมจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่และน่าจะผ่านไปได้หากบรรดาพรรคการเมืองมีความจริงใจต่อกัน ทำแบบตรงไปตรงมา"

ส่วนในกรณีเลวร้าย คือ การดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วเกิดปัญหามาก พรรคเพื่อไทยยังมีทางออกด้วยการถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปก่อน (เหมือนกับที่เคยทำมาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้) แล้วพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญอื่น ๆ แทน ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันทางการเมืองลงไปมาก ดังนั้นเราจึงมองการเมืองยังไม่น่าถึงขั้นแตกหักแน่นอน

ประเด็นทางการเมืองที่เรากังวลมากสุด ไม่ใช่การดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรม หรือการนัดชุมนุมต่อต้านรัฐบาล แต่เป็นการพิจารณาร่างกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพราะมีผลกระทบมากต่อภาวะเศรษฐกิจในอนาคต โดย (1) แม้สภาผู้แทนราษฎรจะสามารถพิจารณากฎหมายฉบับนี้ผ่านวาระ 2 และ 3 และส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไปในสมัยประชุมนี้ แต่เราเชื่อว่าจะถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวว่าจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 หรือไม่

และ (2) แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะตีความว่ากฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่เราเชื่อว่าจะถูกยื่นให้ศาลปกครองพิจารณาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและผลกระทบด้านต่าง ๆ เช่นเดียวกับโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาทที่ต้องสะดุดลง เพราะศาลปกครองสั่งให้ต้องมีการทำประชามติรับฟังความคิดเห็นประชาชนตามรัฐธรรมนูญก่อน เนื่องจากโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทนี้ เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีการยกเครื่องระบบขนส่งมวลชนและโลจิสติกใหม่ แน่นอนย่อมมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้