ดีดตัวขึ้นยังเปราะบาง ถอยลงมา อ่อนตัวซื้อ ในกรอบ 1,440 (+/-5) จุดลุ้น Rebound
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่าในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยจะมีปัจจัยกดดันทั้งจากภูมิภาค โดยเฉพาะประเด็นการขึ้นภาษีของญี่ปุ่น และในประเทศในส่วนของการเมือง ที่ยังคงมีความไม่ชัดเจนทั้งในส่วนของประเด็น พรบ.นิรโทษกรรม และ พรบ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาทที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ อย่างไรก็ดีเรายังคงคาดหวังการดีดกลับของ SET ในระหว่างสัปดาห์ โดยมีปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ว่าการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ยุโรป (ECB) และอังกฤษ (BOE) จะยังคงส่งสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเฟดที่ผลสำรวจล่าสุดจาก Bloomberg ระบุว่า 44% ของผลสำรวจประเมินว่าเร็วที่สุดที่เฟดจะลดขนาดมาตรการ QE ในปีนี้คือการประชุม FOMC 17-18 ก.ย., 15% ระบุว่าจะเป็นการประชุม 29-30 ต.ค. และ 28% ระบุว่าจะเป็นการประชุม 17-18 ธ.ค.
กลยุทธ์ในระยะสั้นรายวัน (Daily) เรายังคงแนะนำเพียงกลยุทธ์ “Short-Term Trading” ในกรอบ Sideway ออกด้านข้างแรงๆบริเวณ 1,520-1,440 จุดเท่านั้นโดยมีบริเวณ 1,470 (+/-5) จุดเป็นจุดหมุน ซึ่งถ้า SET เหวี่ยงกลับมายืนได้ จะมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 1,495 และ 1,520 จุด ขณะที่กรณีที่แรงซื้อกลับระหว่างวันยังคงอ่อนแรง SET มีโอกาสไหลลงไปในกรอบแนวรับ 1,440 (+/-5) จุดอีกครั้ง อย่างไรก็ดีในเชิงแนวโน้มระยะกลาง (มากกว่า 1 เดือน) เรามองว่า SET ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ 1,340 จุด
กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) แนะนำรอเล่นรอบการหมุนขึ้นตาม Momentum ในลักษณะ “Short-Term Trading” โดยมีจุด “ซื้อเก็งกำไร” ใน 2 กรณี หนึ่ง SET กลับมายืนเหนือ 1,470 (+/-5) จุด และ สอง SET ถอยลงไปที่ 1,440 (+/-5) จุด โดยเน้นหุ้นในกลุ่ม High Alpha และ High Beta ได้แก่ SIRI, AH, SEAFCO, KAMART, MFEC, AMATA, BBL, NOK และ BEC ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (มากกว่า 1 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น” 50% ของพอร์ตในหุ้น INTUCH, INET, MODERN, STEC, SRICHA, STANLY และ PTTEP






