วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCH : WMCกดดันกำไรไตรมาส 2อย่างหนัก

เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q13 จะหดตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เหลือเพียง 158 ล้านบาท -11% Q-Q, -28.2% Y-Y

ปัจจัยหลักยังเกิดจากผลการดำเนินงานของ WMC ที่ต่ำกว่าคาดจากจำนวนผู้ป่วยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2013 ลงอีก 10.9% เหลือ 753 ลบ. หดตัว 17.2% Y-Y พร้อมปรับราคาเหมาะสมลงเหลือ 8 บาท

ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ถือ" จาก "ขาย" โดยเชื่อว่าผลการดำเนินงาน 2Q13 ของบริษัทบางกอก เชน ฮอสปิทอล หรือ BCH จะเป็นจุดต่ำสุด

คาดกำไรสุทธิ 2Q12 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากแรงกดดันของ WMC เช่นเคย : เราคาดว่าผลการดำเนินงาน 2Q13 ของ BCH จะหดตัวตัวลงทั้ง Q-Q เนื่องจากเป็น Low Season ของธุรกิจการแพทย์ และหดตัว Y-Y จากปัจจัยหลักคือแรงกดดันจากการเปิดดำเนินงานของ WMC โดยถึงแม้ว่ารายได้จากการให้บริการของกลุ่มคาดว่าจะยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกราว 4.8% Y-Y จากกลุ่มผู้ป่วยเงินสดที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น

ส่วนกลุ่มประกันสังคม ค่อนข้างคงที่เนื่องจากผ่านการปรับฐานใหญ่ไปแล้วในปี 2012 แต่ในด้านของต้นทุนนั้น เพิ่มขึ้นในอัตราที่แรงกว่ารายได้จากภาระค่าใช้จ่ายรวมถึงค่าเสื่อมราคาของ WMC ที่สูงขึ้น เราคาดกำไรสุทธิ 2Q13 ของ BCH ที่ 158 ลบ. ชะลอตัวลง 11% Q-Q และ 28.2% Y-Y

ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2013 ลงอีกครั้ง : เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2013 ลงอีกครั้งจาก 845 ลบ. เหลือ 753 ลบ. หดตัวลง 17.2% จากปีก่อน โดยปรับคาดการณ์รายได้ของ WMC ลงจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้บริการ รวมถึงรายได้ต่อคนไข้ที่ต่ำกว่าคาด โดยรายได้ที่ต่ำลงในขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่ของ WMC ยังเป็นต้นทุนคงที่ทั้งการรับประกันรายได้ของแพทย์รวมถึงค่าเสื่อมราคา ทำให้เราต้องปรับอัตราส่วนของค่าใช้จ่ายต่อรายได้สูงขึ้นเช่นกัน

แม้ล่าสุด BCH จะได้ลงทุนซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่นนทบุรี เพื่อที่จะปรับปรุงให้เป็นโรงพยาบาลระดับล่างขนาดไม่ต่ำกว่า 100 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยประกันสังคมและคาดว่าจะเปิดดำเนินงานได้ในช่วงต้นปี 2015 แต่เชื่อว่าไม่ได้ส่งผลเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานทั้งกลุ่มอย่างมีนัยยะ เนื่องจากโรงพยาบาลเปิดใหม่ต้องใช้ระยะเวลาในการที่จะถึงจุดคุ้มทุน

ปรับลดราคาเหมาะสมเหลือ 8 บาท แต่ปรับคำแนะนำเป็น "ถือ" หลังราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว : จากประมาณการกำไรที่ปรับลง เราจึงปรับลดราคาเหมาะสมลงเล็กน้อยจาก 8.50 บาท เป็น 8 บาท อิง DCF (WACC 8.04%, Terminal Growth 3%) แต่อย่างไรก็ตามราคาหุ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว แต่ Upside ยังคงไม่ถึง 10% เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นจาก "ขาย" เป็น "ถือ" โดยผลการดำเนินงาน 2Q13 คาดว่าจะเป็นไตรมาสที่แย่ที่สุดและจะค่อยๆ ดีขึ้นต่อจากนี้