วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบ่งปัน-พัฒนา -ถ่ายทอดโนว์ฮาว สูตรโต 'ไทย ออโต ทูลส์'

เป็นอีกหนึ่ง Unseen ที่ควรทำความรู้จัก สำหรับ "ไทย ออโต ทูลส์" กลุ่มบริษัทที่ออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ อุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนยานยนต์

HR&M/ข่าวนำ/กรุงเทพธุรกิจ 24 ก.ค. 56


สัญชาติไทย ที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นและยุโรป


บริษัทแห่งนี้ก่อตั้งในปี 2536 ด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท และมีจำนวนพนักงาน 10 คน ขณะที่ในปัจจุบันมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 500 ล้านบาท ทั้งยังมีการขยายการลงทุนเพิ่มจนกลายเป็นผู้นำที่ยืนอยู่แถวหน้าในวงการอุตสาหกรรมออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ อุปกรณ์จับยึด รวมทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย


อะไรคือปัจจัยความสำเร็จของ ไทย ออโต ทูลส์ ?


คำตอบก็คือ ด้วยความรู้และความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ไทย ออโต ทูลส์ นั่นคือ "ดร.พยุง ศักดาสาวิตร"ซึ่งดำรงตำแหน่งระธานกรรมการบริหาร


อาจฟังดูคล้ายธรรมดาไม่ต่างไปจากบริษัทอื่น หากแต่ก่อนเป็นผู้ประกอบการนั้นดร.พยุง เป็น "อาจารย์" สอนวิศวกรและช่างเทคนิคเป็นเวลามายาวนานถึง 19 ปี แน่นอนว่าความรู้ และโนว์ฮาวที่เขามีอยู่ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของบริษัท


"การบริหารจัดการธุรกิจนี้ จำเป็นต้องรู้ลึกและรู้จริง ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ อาศัยประสบการณ์ที่ยาวนานเป็นสิบๆปี "

และไม่เพียงเฉพาะตัวของผู้นำเท่านั้น เขาบอกว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับ คุณภาพของบุคลากรเป็นสำคัญ


เพราะแม้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร เทคโนโลยี แต่ทั้งสองอย่างคงไม่อาจเดินเครื่องหรือนำมาช่วยในการผลิตหรือนำมาปรับปรุงการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากปราศจากคน

และต้องเป็นคนที่มีทักษะ เป็นคนที่มีคุณภาพด้วย


ทว่าทักษะความรู้ องค์ความรู้ โนว์ฮาว ประสบการณ์ที่มีอยู่ในตัวคนก็อาจ "ไร้ค่า" ได้เช่นกัน หากไม่มีการ "ถ่ายทอด"

โจทย์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดร.พยุงตัดสินใจลาออกจากความเป็นอาจารย์เพื่อเป็นผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่สำหรับชีวิต เพราะมันเปรียบเหมือนเหรียญที่กลับด้าน เขาให้เหตุผลว่า ต้องเลือกเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการก็เพื่อโอกาสและเป้าหมายทำให้ธุรกิจเติบใหญ่ยิ่งขึ้น


ดร.พยุงจึงคิดแผน 10 ปี ที่ว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาบุคลากรล้วนๆ


ไทย ออโต ทูลส์ เลยมีการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานในรูปแบบ "Training for the Trainer" หรือ พี่สอนน้อง
เพื่อให้พนักงานใหม่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์การทำงาน สามารถพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญเพื่อรองรับการทำงานได้อย่างรวดเร็ว


ด้วยประสบการณ์การเป็นอาจารย์ในรั้วมหาวิทยาลัย ดร.พยุงคอนเฟิร์มว่าไม่มีนักศึกษาจบใหม่แล้วสามารถทำงานได้เลยทันที ต้องอาศัยมาเรียนรู้จากการทำงานทั้งสิ้น


ต้องทำอย่างไรพี่จึงยินดีสอนน้อง?


ดร.พยุงบอกว่า ขึ้นอยู่กับการแบ่งปัน และการซื้อใจ


วิธีของซีอีโอท่านนี้ก็คือ การมอบหุ้นของบริษัทให้กับบุคลากรในระดับคีย์แมน (16 คน) เพื่อให้เกิดทั้งการถ่ายทอดโนว์ฮาวและการทุ่มเททำงานให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นบริษัทยังได้ส่งตัวพวกเขาให้ไปศึกษาเพื่อต่อยอดทักษะความชำนาญให้เชี่ยวชาญขึ้นยังบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่เป็นพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่น
ความหวังก็คือ ที่สุดแล้วคนเหล่านี้จะกลายเป็นรากฐาน และเป็นรากแก้วของบริษัท


ดร.พยุงบอกว่าเคล็ดลับการพัฒนาคนของเขา ก็คือ "การปั้นดินให้เป็นดาว"


"ผมใช้วิธีให้คนเรียนรู้พร้อมๆ กับการทำงานไปด้วย คนของผมไม่ต้องเก่ง แต่เป็นคนที่พัฒนาได้ และมีใจที่จะทำงานกับเราอย่างต่อเนื่อง"


ซึ่งไม่เพียงระดับวิศวกรและช่างเทคนิคเท่านั้น แต่กับแรงงานระดับล่างด้วย ไทย ออโต ทูลส์ จะมีการคัดเลือกเด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายที่มีแววดีมาอบรมพัฒนา ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง


ดร.พยุงบอกว่า คำว่า "ต่อเนื่อง" ในทุกๆ เรื่องสำหรับเขานั้นหมายถึง "ความสามารถในการแข่งขัน" ของธุรกิจทั้งสิ้น


อย่างไรก็ดี เพียงลำพังแค่การซื้อใจ ซึ่งหมายถึงการให้หุ้นโดยไม่ให้ความรู้ ไม่ให้คนมีโอกาสพัฒนาตัวเอง ก็ไม่ได้หมายถึงความสำเร็จของธุรกิจแต่อย่างใด ขณะเดียวกันหากบริษัทส่งคนไปพัฒนา แต่แล้วกลับให้เงินเดือนเท่าเดิม ก็ไม่สามารถซื้อใจคนได้เช่นกัน


เงินกับความสามารถ จะต้องก้าวไปในจังหวะเดียวกัน


และด้วยมุมคิดกับเทคนิคดังกล่าว ที่สุดก็ทำให้แผน 10 ปีที่ดร.พยุงได้วางไว้แต่แรกกลับออกดอกออกผลอย่างรวดเร็ว..ก่อนกำหนด


เขาบอกว่า เรื่องของคนย่อมต้องอาศัยเวลา เฉกเช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้ที่เมื่อเพาะเมล็ดพันธุ์ลงบนดินแล้วก็ต้องค่อยรดน้ำ พรวนดินเพื่อรอให้ต้นไม้เติบใหญ่ และให้ผล


"แปลกอย่างหนึ่งนะ อะไรก็ตามถ้าเราหวังผลมาก เราก็อาจจะไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาเราก็ทำไปเรียนรู้ไป ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องกำไรเลย คิดเพียงการพัฒนาคนเพื่อให้เกิดการทำงานที่ดี มีคุณภาพ เพื่อส่งมอบสินค้าให้ทัน ตอนนั้นคิดเพียงว่าถ้าเงินเหลือก็โชคดีแล้ว แต่สุดท้ายเงินก็เหลือทุกปี"


จะว่าไปแล้ว มุมมอง มุมคิดที่น่าสนใจ และการวางตัวของซีอีโอท่านนี้ ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จของไทย ออโต ทูลส์


"ความศรัทธาอยู่เหนือทุกสิ่ง" ดร.พยุงบอกว่าผู้นำต้องเป็นต้นแบบที่ดี และต้องไม่ได้เป็นเพียงแค่ลมปาก เป็นเพียงการยกยอปอปั้นตัวเอง


"ถ้าผู้นำครองตนดี ครองคนก็ไม่ยาก ครองงาน งานก็เกิด"

จึงไม่แปลกที่ พนักงานของไทย ออโต ทูลส์ ในวันนี้ส่วนใหญ่พร้อมใจกันทำงานอย่างมุ่งมั่นและทุ่มเท อีกทั้งสถิติการลาออกก็มีค่อนข้างน้อย แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ โรงงานผลิตของบริษัทแห่งนี้ไม่เคยมีคดีลักขโมยเกิดขึ้นเลย ทั้งๆ ที่ไม่มีรั้วล้อม


"แต่ไม่ว่าเรื่องอะไร อย่าไปคาดหวังร้อยเปอร์เซนต์ ให้คิดว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ต้องดีไว้เป็นพอ" ตบท้ายด้วยคมคิดที่ชวนคิดเช่นเคย