วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

JAS : ซื้อ

พัฒนาโครงข่ายชิงความได้เปรียบทางการตลาด

FTTx ลดการแย่งชิงตลาดกันเองและช่วยเพิ่ม ARPU


JAS มีจุดแข็งโครงสร้างธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพผ่านบริการโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้บริษัทเป็น “ผู้นำ” ในการปรับเพิ่มความเร็วให้บริการ และเพิ่มบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเทคโนโลยี FTTx เรามองว่าการให้บริการ FTTx จะช่วยขยายลูกค้าระดับบนและไม่เกิดผลกระทบการแย่งส่วนแบ่งตลาดกันเองกับบริการ ADSL (Cannibalize) รวมทั้งมีรายได้เฉลี่ยต่อลูกค้า (Blended ARPU) เพิ่มขึ้นราว 50% จาก ARPU ของบริการ ADSL


ตลาด Broadband มีช่องว่างของการเติบโต


ตลาดอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของไทยมีอัตราการใช้บริการต่อประชากรเพียง 6.6% และมีอัตราการใช้บริการต่อจำนวนครัวเรือนราว 22.4% สาเหตุหนึ่งน่าจะเกิดจากโครงข่ายฯ ครอบคลุมพื้นที่ที่มีผู้อยู่อาศัยทั่วประเทศเพียง 18% เราเชื่อว่าอัตราการใช้บริการและความครอบคลุมพื้นที่ให้บริการที่อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนโอกาสเติบโตของตลาด Broadband รวมถึงจูงใจผู้ให้บริการรายใหม่เข้าสู่ตลาด เราคาดว่า 1-2 ปีข้างหน้าผู้ให้บริการจะมีการลงทุนด้านโครงข่ายรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของลูกค้า ประกอบกับการปรับเพิ่มความเร็วในการใช้งานยังเป็นกลยุทธ์ในการทำตลาด


“Multi play” ต่อยอดบริการ รักษาส่วนแบ่งตลาด


ปัจจุบันการแข่งขันเพิ่มความเร็วการใช้งาน ADSL ของตลาดมีมาตรฐานความเร็วที่ 10 Mbps เทียบโปรโมชั่นของผู้ให้บริการ 2 รายใหญ่ (JAS Vs True Online) พบว่ามีอัตราค่าบริการเริ่มต้นต่อ 10 Mbps ไม่ต่างกันมาก ขณะเดียวกันผู้ให้บริการหันมาใช้กลยุทธ์ที่มีมูลค่าเพิ่มแทน เรามองว่าการนำเสนอบริการ FTTx และบริการเสริม Multi play จะช่วยลดแรงกดดันจากการยกเลิกการใช้งาน (Churn) และรักษาส่วนแบ่งตลาดของ JAS เราคาดว่าช่วง 3 ปีข้างหน้าบริษัทจะอัตราการเติบโตของจำนวนลูกค้า Broadband (ADSL+FTTx) เฉลี่ยต่อปี 17% และมีรายได้ธุรกิจ Broadband เติบโตต่อปี 10% (CAGR ปี 2556-2558)


มูลค่าเหมาะสม 10.50 บาท สะท้อน PEG 0.66 เท่า


เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2556-2558 จะมีอัตราการเติบโตต่อปี 15% CAGR ขณะเดียวกันผลบวกการประหยัดต้นทุนจากขนาดธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายลงทุนต่อรายได้ (CAPEX/Revenue) ลดลงจาก 21.6% ในปีนี้ เป็น 17% ในปี 2558 และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายลงทุนต่อลูกค้าปี 2556-2558 ลดลงเฉลี่ยต่อปี 15% หนุน EBITDA margin ดีขึ้นต่อเนื่อง เราประเมินมูลค่าเหมาะสม 10.50 บาท สะท้อน PE ปี 2556 ที่ 25.7 เท่า และ PEG 0.66 แนะนำ “ซื้อ”