ผลประกอบการอ่อนตัวอาจกดดันราคาระยะสั้น
เราปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้น AOT ปรับขึ้นกว่า 25% ตอบรับแผนการลงทุนเพื่อเพิ่มความ สามารถในการสร้างรายได้ และ ความกังวลที่ลดลงจากแผนขยายสุวรรณภูมิระยะ 2 ล่าช้า แม้ว่าระยะยาวเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ AOT จากธุรกิจท่องเที่ยวที่ยังมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง และความเป็นไปได้จากการปรับค่าธรรมเนียมสนามบิน (PSC) ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในประมาณการ อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นเรามองว่าราคาหุ้นมีโอกาสถูกกดดันจากผลประกอบการ 3Q56 (เม.ย. – มิ.ย.) ที่อ่อนแอตามฤดูกาล ประกอบกับ Upside จากมูลค่าเหมาะสมเหลือเพียง 8% เราจึงปรับลดคำแนะนำการลงทุนเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ”
คาดกำไรสุทธิ 3Q56 ลดลง QoQ ตามฤดูกาล
เราประเมินว่า ผลประกอบการงวด 3Q56 (เดือน เม.ย. – มิ.ย.) ของ AOT มีโอกาสอ่อนตัวจาก 2Q56 เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงกว่า 11% QoQ ทำให้รายได้จากค่าธรรมเนียมผู้โดยสารซึ่งเป็นรายได้หลักโดยมีสัดส่วน 43% ของรายได้รวมจะปรับลง ขณะที่จำนวนเที่ยวบินปรับลง 3% QoQ ตามฤดูกาลปกติช่วง Low Season ของธุรกิจการบิน ทั้งนี้ผลประกอบการงวด 1H56 (ต.ค. 55 – มี.ค. 56) AOT มีกำไรสุทธิคิดเป็น 71% ของที่เราประมาณการกำไรสุทธิที่ 11,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104% YoY
แผนขยายดอนเมือง เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในระยะยาว
แผนเปิดใช้อาคารที่ 2 ณ ท่าฯดอนเมือง จะเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารอีก 10 ล้านคนต่อปี และลดความแออัดของอาคาร 1 (รองรับผู้โดยสารได้ 16 ล้านคนต่อปี) โดย AOT จะใช้เงินลงทุน 3 พันล้านบาท เพื่อปรับปรุงและจะเปิดใช้งาน 3Q57 (เดือน เม.ย. – มิ.ย. 57) รองรับการขยายตัวของธุรกิจการบินราคาประหยัดรวมทั้งสายการบินใหม่ที่จะเข้ามาเปิดเส้นทางบิน ทำให้จำนวนผู้โดยสารท่าฯดอนเมืองเพิ่มจาก 6 ล้านคน ในปี 2555 มาเป็น 8 ล้านคน ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 (เดือน ม.ค. – มิ.ย.) หลังกลับมาเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการเดือน ต.ค. 55 ที่ผ่านมา
ยังมี Upside จากการปรับค่าธรรมเนียมสนามบิน
AOT อยู่ระหว่างการขออนุมัติการขอปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมจากกรมการบินพลเรือนซึ่งยืดเยื้อมานานกว่ากำหนดการเดิม แต่ผู้บริหารยังคงยืนยันว่ามีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียมเรียกเก็บผู้โดยสารในประเทศที่ยังต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง เรามองว่าประเด็นดังกล่าวจะปัจจัยบวกต่อ AOT ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในประมาณการทั้งในด้านผลประกอบการและมูลค่าเหมาะสมโดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีส่วนเพิ่มอีกราว 20 – 25%









