กำไรไตรมาส 2/56 ถูกกดดันจากกันสำรองหนี้สูญฯสูง
กำไรต่ำกว่าคาด 9.4%
TCAP รายงานกำไรไตรมาส 2/56 จำนวน 4.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 139% YoY และ 109% QoQ ผลประกอบการต่ำกว่าที่เราคาด 9.4% และต่ำกว่าตลาด (Bloomberg) 12.3% เนื่องจากกันสำรองหนี้สูญฯสูงกว่าคาด TCAP ตั้งกันสำรองหนี้สูญฯ 6.4 พันล้านบาทสำหรับไตรมาส (เราคาด 6 พันล้านบาท) หากไม่รวมรายการกำไรพิเศษและสำรองหนี้สูญ 3.8 พันล้านบาท กำไรจากการดำเนิน TCAP จะเพิ่มขึ้น 11% YoY แต่ลดลง 20% QoQ กำไรครึ่งแรกของปี 2556 เพิ่มขึ้น 108% เป็น 6 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 54% ของประมาณการของเราปี 2556 จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อเติบโต 2.1% QoQ และ 18.0% YoY เป็น 850 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ตรงกับที่เราคาด หนุนโดยสินเชื่อเช่าซื้อ HP (ซึ่งหนุนโดยนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก) และสินเชื่อบรรษัท ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย TCAP เป็น 2.78% ในไตรมาส 2/56 เพิ่มขึ้น 3 bps QoQ แต่ลดลง 11 bps YoY ดอกเบี้ยรับสุทธิเติบโต 6% YoY และ 4% QoQ เป็น 6.6 พันล้านบาท อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ไตรมาส 2/56 เติบโตเป็น 60.6% จากเดิม 52.3% ในไตรมาสก่อนหน้า
TCAP เพิ่มกันสำรองหนี้สูญฯ 1,214% YoY และ 370% QoQ เป็น 6.42 พันล้านบาท (เราคาดกันสำรองหนี้สูญฯไตรมาส 2/56 เพียง 6 พันล้านบาท) สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 4.45% ณ สิ้นเดือนมิ.ย.จากเดิม 4.22% ณ สิ้นเดือนมี.ค.ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 84.0% จากเดิม 75.4% เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา
ให้สังเกตว่า TBANK บันทึกกำไรพิเศษจำนวน 12.5 พันล้านบาทจากการขายบริษัทธนชาตประกันชีวิต โดย 50% ของกำไรถูกนำไปเป็นกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ 6.4 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือ (หลักจากแบ่งกำไรกับ Scotiabank และภาษีเงินได้นิติบุคคล) จะไปหนุนกำไรสุทธิของ TCAP จำนวน 2 พันล้านบาทจากยอดรวม 4.1 พันล้านบาท






