วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จอโทรทัศน์-กล่อง'บูม5หมื่นล้านรับกระแส'ทีวีดิจิทัล'

การเปลี่ยนแปลงการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ที่กำลังอยู่ระหว่างการจัดสรรคลื่นความถี่ "ช่องรายการ" รวม 48 ช่องใหม่

และการออกใบอนุญาตโครงข่าย (Mux) โดย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดว่าจะเห็นช่อง "ทีวีดิจิทัล" เริ่มแพร่ภาพบางช่องภายในปลายปีนี้

นอกจากเป็นการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในรอบ 50 ปี มีจำนวนช่องรายการโทรทัศน์ "ฟรีทีวีดิจิทัล" เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีคุณภาพการรับชมดีขึ้น จากระบบดิจิทัลและเอชดี พร้อมกันนี้ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในอุตสาหกรรม"จอโทรทัศน์" รุ่นใหม่ ที่มีจูนเนอร์ DVB-T2 บิวท์อิน และกล่องรับสัญญาณ (set top box) T2 อุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิทัล ที่ใช้เชื่อมต่อกับจอทีวีเก่า"ทุกรุ่น" ทำหน้าที่เป็นเครื่องรับดิจิทัล เพื่อรับชมช่องทีวีดิจิทัลทั้ง 48 ช่องใหม่

ประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ รองเลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคมไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด กล่าวว่าขณะนี้ผู้ประกอบการทั้งฝั่งผู้ผลิตจอโทรทัศน์ และกล่องรับสัญญาณ กว่า 100 ราย เตรียมความพร้อมด้านการผลิตและนำเข้าสินค้ามาทำตลาดในประเทศไทย รองรับการออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัล โดยกระบวนการอยู่ระหว่างการยื่นขอ "ใบรับรองมาตรฐาน" ผลิตภัณฑ์จาก กสทช. คาดว่าจะได้รับ"ใบรับรอง"ในช่วงสิ้นเดือน ก.ค.นี้ หลังจากนั้นสินค้าในกลุ่มจอทีวีและกล่องที2 จะเริ่มออกจำหน่ายในเดือน ส.ค. เป็นต้นปี

"ตั้งแต่กระแสทีวีดิจิทัล ได้รับความสนใจของผู้บริโภค ทำให้เกิดการชะลอซื้อเครื่องรับโทรทัศนใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกถึง 30% โดยปกติทุกปีจะมีการซื้อจอทีวีใหม่ปีละ 2 ล้านเครื่อง ทั้งจากจอทีวีเดิมหมดอายุการใช้งาน และซื้อจากเทคโนโลยีรุ่นใหม่ๆ"

ปัจจุบันผู้บริโภคมีความเข้าใจแล้วว่า "จอทีวีทุกรุ่น" สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ ด้วยการติดตั้งกล่องรับสัญญาณ "ที2" เข้ากับเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีอยู่ โดย กสทช. จะมีการสนับสนุน "คูปอง"ส่วนลด ประมาณ 500 บาทต่อครัวเรือนเพื่อนำไปซื้อจอทีวีและกล่อง ทำให้ขณะนี้กำลังซื้อกลุ่มจอทีวี เริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

'ทีวีดิจิทัล'ดันเม็ดเงินสะพัด
ประพัฒน์ กล่าวว่าการเปลี่ยนระบบส่งสัญญาณสู่ทีวีดิจิทัล คาดว่าจะทำให้เกิด "เม็ดเงินใหม่" กระตุ้นอุตฯไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในช่วง 3-5 ปี ของการเปลี่ยนผ่านระบบตามโรดแมพของ กสทช. ราว 50,000 ล้านบาท โดยมาจาก "กล่องรับสัญญาณ" ประมาณ 20 ล้านกล่อง มูลค่าเฉลี่ยกล่องละ 1,000 บาท ดังนั้นมูลค่ารวมจะอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท และเม็ดเงินจากการซื้อจอทีวี ที่เพิ่มขึ้นจากกำลังซื้อปกติ ในช่วง 3-5 ปีจากนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านระบบจะอยู่ที่ราวปีละ 5 แสนเครื่อง หรือเฉลี่ยมูลค่าปีละ 10,000 ล้านบาท

ขณะที่ปริมาณการซื้อจอทีวีใหม่"ปกติ" ที่ 2 ล้านเครื่องต่อปี ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อทดแทนจอรุ่นเก่าที่หมดอายุ โดยเชื่อว่าตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป "จอทีวี" ทุกรุ่นในตลาดจะมีจูนเนอร์ บิวท์อิน ดิจิทัล ที2

จากประกาศ กสทช. กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ได้รับใบอนุญาตโครงข่าย (Mux) ต้องขยายพื้นที่การส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล ปีแรกครอบคลุมพื้นที่ 50% ปีที่สอง 80% และปีที่สาม 90% และปีที่สี่ 95% ดังนั้นอัตราการซื้อจอทีวีใหม่และกล่องที2 ของครัวเรือนไทยจะสอดคล้องกับการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล

ทั้งนี้ จากจำนวน 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ คาดว่าจะติดตั้งอุปกรณ์เครื่องรับทีวีดิจิทัลปีแรกที่ 50% ปีที่สอง 30% ปีที่สาม 10% และปีที่สี่ 10% เชื่อว่าในช่วง 5ปีแรกของการทยอยการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล ครัวเรือนส่วนใหญ่จะซื้อ "กล่องที2" ไปติดตั้งกับจอทีวีเดิม

ปัจจุบันกล่องรับสัญญาณที่ผู้ประกอบการเตรียมนำเข้าและผลิตในประเทศเพื่อจัดจำหน่าย ราคาอยู่ที่กล่องละ 1,000-1,500 บาท โดย กสทช.ขอความร่วมมือให้ทำตลาดราคาไม่เกินกล่องละ 1,500 บาท

ในอนาคต "กล่องรับสัญญาณ" จะพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการผสานเทคโนโลยีการรับช่องรายการจากสัญญาณดาวเทียม ,เทคโนโลยี OTT (over the top) ,ไอพีทีวี รวมทั้งบริการอินเตอร์แอ็คทีฟแบบ two way communication ระหว่างหน้าจอกับผู้ชม ซึ่งจะทำให้เกิดธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีกมากมาย โดยเฉพาะการซื้อสินค้าจากหน้าจอทีวี

เชื่อว่าการเกิดขึ้นของ"ทีวีดิจิทัล"ในประเทศไทย จะเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันการเติบโตของอุตฯไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ต่อเนื่องในช่วง 5 ปีจากนี้


กล่องดาวเทียมร่วมชิงแชร์
ฟากแพลตฟอร์ม"ทีวีดาวเทียม" ที่กระจายอยู่ในครัวเรือนไทยไปแล้วกว่า 10 ล้านกล่อง ฐานผู้ชมในกลุ่มนี้มีโอกาสรับชม "ทีวีดิจิทัล" ตามประกาศ Must Carry ที่กำหนดให้"ฟรีทีวีดิจิทัล" ต้องแพร่ภาพในทุกแพลตฟอร์ม

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการกล่องทีวีดาวเทียม เล็งเห็นโอกาสการเปลี่ยนสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิทัล ภาคพื้นดิน ที่ต้องเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศ ผ่านการสนับสนุนคูปอง ของกสทช. จึงได้เตรียมทำตลาดกล่อง"ที2" (DVB-T2) คู่กับกล่องดาวเทียมรุ่นใหม่ระบบเอชดี ไปพร้อมกัน

นิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟแซท จำกัด ผู้ผลิต จัดจำหน่ายกล่องและจานดาวเทียม แบรนด์ "อินโฟแซท" กล่าวว่าการก้าวสู่ยุคทีวีดิจิทัล ซึ่งกลุ่มผู้ชมสามารถรับชมได้ง่ายๆ ผ่านการติดตั้งกล่องรับสัญญาณ ที2 หรือกล่องรับสัญญาณดาวเทียมรุ่นใหม่ S2 (DVB-S2) ระบบเอชดี ที่สามารถรับชมช่องรายการได้ทั้งระบบดาวเทียมกว่า 200 ช่อง และทีวีดิจิทัลใหม่ 48 ช่อง

แม้จะเป็นผู้ประกอบการแพลตฟอร์มกล่องดาวเทียม แต่บริษัทเห็นโอกาสการทำตลาดกล่องรุ่นที2 ด้วยเช่นกัน หลังจาก กสทช.ออกใบรับรองมาตรฐานกล่องของอินโฟ แซทแล้ว จะเริ่มดำเนินการจัดจำหน่ายเข้าสู่ตลาดได้ทันที

สำหรับกล่องที2 จะรับชมช่องทีวีดิจิทัลได้จำนวน 48 ช่อง อินโฟแซทวางราคาจำหน่ายราว 1,200 บาท ถูกว่ากล่องดาวเทียมรุ่นเอชดีที่จำนวนในราคา 1,750 บาท โดยเน้นเจาะตลาดครัวเรือนไทยที่ยังรับชมทีวีอนาล็อกผ่านเสาก้างปลา และตลาดหลักในกรุงเทพฯ กลุ่มที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียน อพาร์ทเม้นต์ ที่ไม่สามารถติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมได้ ซึ่งถือเป็นฐานตลาดขนาดใหญ่ แต่จะมีการแข่งขันรุนแรงจากการเข้ามาทำตลาดของหลายแบรนด์

เช่นเดียวกับ สมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์ม "พีเอสไอ" กล่าวว่าการทำตลาดกล่องหลังจากนี้จะตอบรับกระแสทีวีดิจิทัล โดยในตลาดกล่องดาวเทียมเดิมได้เปิดตัวรุ่นใหม่ PSI O2 Digital ระบเอชดี เพื่อรองรับช่องเอชดี จากการออกอากาศทีวีดิจิทัล จำหน่ายราคากล่องละ 2,490 บาท รับชมกว่า 200 ช่อง รวมช่องเอชดี และทีวีดิจิทัลช่องใหม่

พร้อมกับทำตลาดกล่องที2 รับชมเฉพาะช่องทีวีดิจิทัล 48 ช่อง ราคากล่องละ 1,500 บาทมาเจาะตลาดแมส สำหรับครัวเรือนที่ติดตั้งเสาก้างปลา ซึ่งยังมีตลาดอยู่อีกกลุ่ม ที่พอใจกับการรับชมช่องฟรีทีวีเป็นหลัก