วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

"เฮงเค็ล"ดันไทยฮับอาเซียน-ฐานผลิตเอเชีย

"เฮงเค็ล"ประกาศแผน 4 ปี บุกตลาดเกิดใหม่ เอเชีย ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา โฟกัสตลาดอาเซียนทุ่ม 5.6 พันล้าน ผุดศูนย์วิจัยใหม่7 แห่ง

นายสุรเชษฐ์ ตันวงศ์วาล ประธาน บริษัท เฮงเค็ล(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าทิศทางและยุทธศาสตร์ใหม่ของเฮงเค็ล ประเทศเยอรมนี ในช่วง 4 ปี (2556-2559)จะเน้นขยายธุรกิจในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่มากขึ้น ได้แก่ ภูมิภาคเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่น ที่ตลาดเริ่มอิ่มตัวแล้ว ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกา ละตินอเมริกา แต่ทั้งนี้ จะโฟกัสมากขึ้นในตลาดภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต และไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญ

ทั้งนี้ คาดว่าทำให้สัดส่วนยอดขายในกลุ่มตลาดดังกล่าวเพิ่มเป็น 43% ของยอดขายทั้งหมดในปี 2559 เพิ่มขึ้น 37% ในปี 2551 พร้อมทั้งตั้งเป้ายอดขายทั่วโลกเพิ่มเป็น 8.46 แสนล้าน และเป็นยอดขายจากตลาดเกิดใหม่ประมาณ 4.23 แสนล้านบาท

กลยุทธ์ในการขยายตลาด จะเน้นใน 3 ด้านคือ นวัตกรรม ที่แตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า มุ่งการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และการทำตลาดที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยให้ความสำคัญกับ 3 ธุรกิจหลัก คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม และเทคโนโลยีกาว ซึ่งเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดโลกรวมถึงไทยด้วย

อย่างไรก็ดีเพื่อผลักดันให้การเติบโตรวดเร็วตามเป้าหมาย ทางบริษัทแม่เฮงเค็ล เยอรมนี ได้ใช้งบ 5.6 พันล้านบาท ในการวิจัยและพัฒนาสินค้า รวมถึงการลงทุนเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาใหม่เพิ่มอีก 7 แห่ง ในปีนี้ ที่อินเดีย,เกาหลีใต้,ดูไบ,รัสเซีย แอฟริกาใต้ บราซิล และเม็กซิโก จากเดิมมีศูนย์วิจัยฯทั่วโลกแล้ว 10 แห่ง เพื่อขยายศักยภาพด้านนวัตกรรม สร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดเกิดใหม่

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า บริษัทแม่วางให้ไทยเป็นฐานการขยายธุรกิจในตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด รวมถึงรูปแบบการทำตลาด โดยประเทศ ที่จะเข้าไปทำตลาดก่อนคือ พม่า ลาวและกัมพูชา จากปัจจุบันไทย ถือเป็นศูนย์การผลิตเพื่อป้อนตลาดเอเชีย โดยมีโรงงานผลิตเทคโนโลยีกาว 2 โรงงาน และมีโรงงานผลิตภัณฑ์ความงาม 1 แห่ง ที่ผ่านมาได้มีการส่งออกไปในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์ขนส่งสินค้าเพื่อความงามอีกด้วยฃ

สำหรับตลาดในไทย มุ่งสร้างการเติบโตใน 2 กลุ่ม คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม ที่มีการแนะนำสินค้านวัตกรรมใหม่ รวมถึงแบรนด์ใหม่เพิ่มในครึ่งปีหลัง และกลุ่มเทคโนโลยีกาว โดยเฉพาะการขยายในตลาดซ่อมบำรุงรถยนต์ เป็นตลาดใหญ่ โดยนับจากปีนี้ไปตั้งเป้าอัตราการเติบโต 2-3 เท่าของจีดีพี หรือประมาณ 10-15%