วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BEAUTY : ซื้อ

เน้นกลยุทธ์ขยายช่องทางจำหน่ายต่อยอดกำไรเติบโตสม่ำเสมอ

มีมุมมองบวกมากขึ้นต่อโอกาสเติบโต


เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 - 2558 จากเดิมเฉลี่ยต่อปี 16% สะท้อนการเติบโตยอดขายสาขาเดิมต่อปี 7% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า (Same store sales growth) และขยายสาขาเพิ่มต่อปีประมาณ 34 สาขา คาดปีนี้ BEAUTY จะมีสาขารวม 222 สาขา และจะเพิ่มเป็น 282 สาขาในปี 2558 รวมทั้งมีโอกาสเติบโตจากการเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดและ E-commerce คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเติบโตต่อปี 29% (CAGR 2556-2557)


วางตำแหน่งร้านต่างจากคู่แข่ง


BEAUTY วางตำแหน่งทางการตลาดของร้านบิวตี้ บุฟเฟ่ต์และบิวตี้ คอทเทจชัดเจนตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผู้บริหารเชื่อว่าจะไม่เกิดการแย่งลูกค้ากันอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2555 บริษัทมีรายได้จากบิวตี้ บุฟเฟ่ต์ 676 ล้านบาท เติบโต 12% ส่วน บิวตี้ คอทเทจ เริ่มรับรู้รายได้เต็มปี 2555 จำนวน 87 ล้านบาท เราคาดว่าปี 2556 บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ จะมีรายได้เติบโต 11% เป็น 747 ล้านบาท และ บิวตี้ คอทเทจ มีรายได้เติบโต 46% เป็น 127 ล้านบาท


Concept ร้านรูปแบบใหม่เป็น Upside ส่วนเพิ่ม


ใน 3Q56 BEAUTY มีแผนเปิดตัวช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ภายใต้ชื่อ “บิวตี้ มาร์เกต” (Beauty Market) มีรุปแบบเป็นการผสมผสานรูปแบบของ “ ซุปเปอร์มาร์เกต” กับ “ร้านขายเครื่องสำอาง” เป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำกับร้านขายเครื่องสำอางแบรนด์อื่นๆ เน้นลูกค้าระดับกลางไม่จำกัดวัย มีสินค้าครอบคลุมทั้งเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และสินค้าอุปกรณ์เกี่ยวกับความงาม เรามองเป็นผลบวกต่อการเพิ่มยอดขายในอนาคต เรายังไม่รวมรายได้ของบิวตี้ มาร์เกตในประมาณการ


มูลค่าเหมาะสมใหม่ 37.00 บาท


เรามองว่า BEAUTY เป็น Growth stock ที่มีปัจจัยพื้นฐานน่าสนใจในแง่การเติบโตของกำไรสุทธิสม่ำเสมอและมีอัตราการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับ 3 บริษัทในกลุ่มค้าปลีกที่เราศึกษาได้แก่ CPALL, HMPRO และ KAMART นอกจากนี้เรามีมุมมองบวกต่อโอกาสการเติบโตจากการขยายสาขาต่างประเทศและเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านร้านรูปแบบใหม่ เราเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าเหมาะสม BEAUTY เป็นวิธี PEG จากเดิมที่ใช้วิธี PE มีมูลค่าเหมาะสมใหม่ 28.40 บาท จากเดิม 13.80 บาท ราคาปัจจุบันซื้อขาย PE ปี 56 ที่ 33.3 เท่า และมี Upside 12% แนะนำ “ซื้อ”