วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธีระชัย'ชี้ประชานิยมได้ผลช่วงสั้น ศก.เริ่มแผ่ว

"ธีระชัย"จวกประชานิยมได้ผลช่วงสั้น หมดยากระตุ้น! ศก.ก็เริ่มแผ่ว-กำลังซื้อซบ อัดจำนำข้าวเงินไม่ถึงมือชาวนาโดยตรง ตกหล่นโรงสี-นักการเมือง

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ว่า การที่เศรษฐกิจไทยยังแผ่ว ทั้งที่รัฐบาลใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก เป็นเพราะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านประชานิยม ช่วยเพียงกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ไม่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องและยั่งยืน จึงเห็นได้ว่า ตัวเลขจีดีพีของปี 2555 ขยายตัวสูง แต่เมื่อมาถึงปีนี้เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลง

"พูดง่ายๆ หากรัฐบาลใช้วิธีแจกเงินแก่ประชาชน โดยเน้นการอุปโภคบริโภค จะเกิดผลทำให้เศรษฐกิจปัจจุบันโตเร็วขึ้น ตัวเลข จีดีพี สูงขึ้น แต่ผลดีมันจะเกิดเพียงสั้นๆ การกระตุ้นผ่านนโยบายประชานิยม ทำให้เกิดผลเร็ว แต่ไม่ต่อเนื่อง เพราะเมื่อคนที่ได้เงิน นำไปใช้กินใช้เที่ยว เมื่อหมดเงิน ก็จะหมดกำลังซื้อ เศรษฐกิจก็จะกลับเหงาหงอย" นายธีระชัยกล่าว

หากรัฐบาลเน้นสองอย่าง คือ กระตุ้นให้เอกชนมีการลงทุนมากขึ้น และหาทางเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ จะเกิดผลดีต่อเนื่องเป็นระยะยาว เพียงแต่การใช้จ่ายแบบนี้ รัฐบาลต้องอดทน เพราะผลที่จะเกิดต่อตัวเลขจีดีพี จะล่าช้า อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจของคนในพรรค แต่หากทำได้จะเกิดผลดีต่อประเทศมากมายมหาศาล

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากงบประมาณของรัฐบาลที่ใช้ในนโยบายประชานิยม เช่น จำนำข้าว ไม่ได้ลงไปถึงมือชาวนาโดยตรง แต่ตกหล่นไปเข้ามือเจ้าของโรงสี หรือ นักการเมืองท้องถิ่น ทำให้เงินทำงานไม่เต็มที่

"มีข้อคิดของคุณสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ในคอลัมน์ ลม เปลี่ยนทิศ เขาระบุไว้ว่า ลองนับเล่นๆ ตั้งแต่ค่าแรง 300 บาท รถยนต์คันแรก ไปจนถึงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดที่ใช้เงินไปกว่า 6 แสนล้านบาท ผมว่าน่าจะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่าล้านล้านบาท แล้วเงินเหล่านี้หายไปไหน ทำไมจึงไม่ทำหน้าที่ตามกลไกเศรษฐกิจ ถ้าเงินเหล่านี้ไปถึงมือประชาชนจริง ด้วยกลไกเศรษฐกิจที่ต้องหมุนเวียนเปลี่ยนมือ ผมเชื่อว่าเงินเหล่านี้ต้องทำงานแน่นอน เศรษฐกิจต้องโตแน่นอน แต่ถ้าเงินเหล่านี้ ไปถึงมือประชาชนแบบ วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง กลไกเศรษฐกิจมันก็จะทำงานแค่ครึ่งเดียว"