นักวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ห่วงเศรษฐกิจไทยปีนี้โตไม่ถึง 4% แนะรัฐบาลลงทุนเพิ่ม กระตุ้นศก.ครึ่งปีหลัง
นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยและแนวโน้มในครึ่งปีหลังว่า เศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2556 มีแนวโน้มชะลอตัว โดยดัชนีชี้ภาวะเศรษฐกิจ ทั้งดัชนีการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะดัชนีผลผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่มีสัญญาณการหดตัวชัดเจน และต่ำต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจโตไม่ถึง 4% จะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลให้ต่ำกว่าเป้าหมาย แม้ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 รัฐเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมาย 2.7% จัดเก็บรายได้ทั้งสิ้น 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งมาจากโครงการรถยนต์คันแรก และการเพิ่มภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ แต่รัฐบาลต้องมีการคืนภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก
ทั้งนี้ ต้องติดตามว่าเมื่อมีการคืนภาษีรถยนต์คันแรกให้ผู้บริโภคแล้ว รัฐบาลจะเหลือรายได้สุทธิเพียงพอหรือไม่ ซึ่งหากรัฐบาลต้องการให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัว 4% รัฐบาลจะต้องมีการลงทุนภาครัฐ 515,942 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลมีรายจ่ายลงทุนในงบประมาณ 450,374 ล้านบาท ดังนั้น รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีก 65,568 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้โตตามเป้าหมาย
นายสกนธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความเสี่ยงช่องว่างทางการคลัง (Fiscal Space) ของรัฐบาลลดลง เพราะรายได้งบประมาณของรัฐบาลมีจำกัด เหลือเพียง 1 ล้านล้านบาท ในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ 2556 หลังจากมีการเบิกจ่ายไปแล้ว 57.47% จากงบประมาณทั้งหมด 1.38 ล้านล้านบาท ซึ่งงบประมาณที่เหลืออยู่มีแผนการใช้งบประมาณอยู่แล้ว จึงทำให้งบประมาณในการใช้เพื่อการลงทุนในระยะยาวลดลง หากรัฐบาลจะทำการลงทุนจำเป็นต้องหันไปใช้การกู้ยืมเงินนอกงบประมาณ ดำเนินโครงการจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท และกฎหมาย พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แต่ก็มีข้อจำกัดหนี้สาธารณะในระยะยาวที่เพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้อัตราการกู้เงินใกล้ถึงเพดานเงินกู้ตามกฎหมาย พร้อมทั้งยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ทั้ง 2 โครงการ








