เปิดทีโออาร์ระบายข้าวรัฐ รวม 3.5 แสนตัน แบ่งเป็นข้าว 5% 1.5 แสนตันสำหรับส่งออก และปลายข้าว 2 แสนตันทั้งในประเทศและส่งออก ในราคาหน้าคลัง
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการระบายข้าวสาร ได้อนุมัติการเปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่ได้จากโครงการรับจำนำฤดูกาล 2554/55 แบ่งเป็น 2 ล็อต ได้แก่ ข้าวสารเจ้า 5% ปริมาณ 1.528 แสนตันเศษ เพื่อใช้ในการส่งออก และข้าวปลายข้าวสารเจ้า เอ วัน เลิศ ปริมาณ 2 แสนตัน เพื่อใช้ในประเทศและการส่งออก โดยให้ผู้ประกอบการที่สนใจยื่นซองประกวดราคาในวันที่ 26 ก.ค.นี้ และจะเปิดซองประกวดราคาในวันที่ 29 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลล็อตนี้ ให้เสนอราคาในรูปเงินบาทตามราคาหน้าคลัง (เอ็กแวร์เฮ้าส์) โดยคณะอนุกรรมการระบายข้าวสาร จะมีราคากลางเป็นเกณฑ์ไว้ เพื่อต่อรองราคากับผู้ประเสนอราคาเข้ามาสูงสุด ซึ่งราคากลางจะยึดราคาตลาดปัจจุบันเป็นหลัก นอกจากนี้ ในอีก 1-2 วันนี้ จะมีการเปิดประมูลข้าวเปลือกเพื่อทำข้าวนึ่งส่งออกเพิ่มเติม ปริมาณ 2 แสนตัน
"เชื่อว่าจะมีการแข่งขันราคาที่ดีที่สุดกัน เพราะหากได้ราคาไม่ดีก็พร้อมจะยกเลิกทันที และเชื่อว่าจะมีผู้ส่งออกและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องเข้าร่วมเสนอราคาซื้ออย่างมาก"นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
สำหรับรายละเอียดการยื่นเสนอราคา ผู้ซื้อข้าวขาวต้องมีประวัติเป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องไม่มีประวัติการทิ้งสัญญา และต้องมีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีความสมยอมกันในการเสนอราคา ผู้ยื่นเสนอราคาต้องมีหลักประกันหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารอัตรา 2% ของมูลค่าข้าวที่ขอซื้อ โดยการเจรจาต่อรองจะพิจารณาจากราคาที่อยู่ในเกณฑ์ราคาเท่านั้น เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นประโยชน์ หากปรากฎมีการเสนอราคาซื้อสูงสุดเท่ากันจะคัดเลือกให้ผู้เสนอราคาซื้อสูงกว่าในครั้งแรก และให้มีการยืนยันราคาเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อได้รับคัดเลือกให้ซื้อข้าวแล้วให้มาทำสัญญากับองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ภายใน 10 วัน และให้วางค้ำประกัน 5% ของมูลค่าข้าวที่ซื้อ








