การขยายตัวของแพลตฟอร์มการรับชม"โทรทัศน์"ทั้งทีวีดาวเทียม, ดิจิทัลเคเบิลทีวีและที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้กับแพลตฟอร์ม"ทีวีดิจิทัล"รวม48 ช่อง
ที่เปรียบเป็น "ฟรีทีวีดิจิทัล" ช่องโทรทัศน์พื้นฐานของประเทศไทยที่ กสทช. จัดทำแผนสนับสนุนให้ทุกครัวเรือนทั่วประเทศต้องรับชมได้อย่างทั่วถึง
ไม่ว่าจะเป็น"แพลตฟอร์ม"ใด ล้วนเป็น "โอกาส" ของ "คอนเทนท์ โปรวายเดอร์" ที่จะมีช่องทางการเผยแพร่คอนเทนท์มากขึ้น
วิบูลย์ ลีรัตนขจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กล่าวว่ากลุ่มเซิร์ช ในฐานะคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ที่จะครบรอบ 20 ปีในปีหน้า มองการเกิดขึ้นของ "ทีวีดิจิทัล" เป็นอีกโอกาสในการผลิตคอนเทนท์ป้อนให้กับช่องทางดังกล่าว ที่จะพื้นที่(เวลา) การออกอากาศอีกจำนวนมาก หรือจากฟรีทีวีเดิม 6 ช่อง จะเพิ่มเป็น 48 ช่อง
ปัจจุบันกลุ่มเซิร์ช ดำเนินกิจการด้านคอนเทนท์และสื่อรวม 5 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทเซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ รับผิดชอบการผลิตรายการวาไรตี้ 168 ชั่วโมง และข่าวร่วมกับแบรนด์ครอบครัวข่าวทางช่อง3 ,บริษัทเซิร์ช ไลฟ์ และบริษัท วิช 106 ดูแลวิทยุครอบครัวข่าวเอฟเอ็ม106 ,สำนักข่าวผลิตรายการข่าวต้นชั่วโมง ,แมกกาซีน F3 ,อีเวนท์และคอนเสิร์ต เช่น คอนเสิร์ตช่อง3 สัญจร ,แชนแนล3 เพาเวอร์ ทีม คอนเสิร์ต, การจัดสัมมนาเชิงวิชาการ ,บริษัทสปีด แชนแนล ดูแลช่องสปีด แชนแนล คอนเทนท์โลกยานยนต์ทางทรูวิชั่นส์ และบริษัทออล สตาร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ธุรกิจโมเดลลิ่ง รวมทั้งการผลิตละครป้อนให้กับช่อง3 ปีละ 2 เรื่อง ภายใต้การดูแลของ “จอนนี่และจริยา แอนโฟเน่” หลังจากนี้จะทำงานร่วมกับทีมผู้จัดละครอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อขยายการผลิตละครให้กับช่อง3 ในยุคทีวีดิจิทัล
การดำเนินงานของกลุ่มเซิร์ช เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา เป็นความร่วมมือทำงานร่วมกับ ช่อง3 มาโดยตลอด เปรียบได้เป็นโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่ผลิตงานเอ็กซ์คลูซีฟให้กับสถานี และการก้าวสู่ยุคทีวีดิจิทัลนับจากนี้ที่ช่อง3 วางแผนจะเข้าร่วมประมูลช่องประเภทบริการธุรกิจอย่างน้อย 2 ช่อง ถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ อย่างกลุ่มเซิร์ช ได้มีโอกาสขยายการทำงานด้านรายการมากขึ้น
ช่วงที่่ผ่านมาได้เตรียมรับมือทีวีดิจิทัลไว้ล่วงหน้า ทางด้าน "บุคลากร" ตัวอย่างกลุ่มคอนเทนท์"ข่าว" ภายใต้แบรนด์ "ครอบครัวข่าว" ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 9 ในปีนี้ ซึ่งเซิร์ช และช่อง3 ร่วมกันพัฒนาคอนเทนท์ข่าวและบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี "ผู้ประกาศ" หน้าจอกว่า 100 คน และมีความพร้อมที่จะผลิตคอนเทนท์ข่าวป้อนให้กับทีวีดิจิทัลที่ช่อง3 จะประมูลได้ช่องเพิ่มในอนาคต และไม่ว่าจะวางตำแหน่งเป็นช่องรายการประเภทใด จะต้องมีพื้นที่รายการข่าวอยู่ในทุกช่อง
พร้อมทั้งได้เตรียมซื้อ "คอนเทนท์" รายการลิขสิทธิ์ในกลุ่มยานยนต์ จากต่างประเทศไว้ล่วงหน้า สำหรับทั้ง "สปีด แชนแนล" และรายการทางทีวีดิจิทัล ที่จะมีการสร้างสรรค์คอนเทนท์ใหม่ๆ เพิ่มเติม เป็นการเจรจาซื้อรายการล่วงหน้าก่อนที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นจากการแข่งขันสูงในยุคมัลติ แพลตฟอร์ม พร้อมทั้งจะมีความร่วมมือกับ "กรังด์ปรีซ์ แชนแนล"ในการผลิตรายการข่าวยานยนต์ด้วยกัน
นอกจากนี้ได้เตรียมพร้อมด้าน back office ทั้งฝ่ายการตลาดและขาย ไว้รองรับการขยายการเติบโตจากแพลตฟอร์มใหม่ๆ หลังจากนี้
วิบูลย์ บอกว่าโอกาสของทีวีดิจิทัล ไม่เพียงแต่การผลิตรายการให้กับทีวีดิจิทัล ที่ช่อง3 จะเข้าประมูลในประเภทธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสจากการผลิตรายการทางทีวีดิจิทัล ประเภทสาธารณะ ที่จะเกิดขึ้นอีก 12 ช่อง ปัจจุบันเซิร์ช ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานที่จะยื่นขอใบอนุญาตช่องทีวีสาธารณะ เพื่อร่วมผลิตรายการแล้ว 3-4 ราย ถือเป็นอีกโอกาสในการผลิตคอนเทนท์ให้ช่องต่างๆ โดยไม่ซ้ำซ้อนกับการผลิตรายการให้กับช่อง 3 เพราะเป็นคอนเทนท์แนวการศึกษาและประโยชน์สาธารณะ
ทิศทางการเปลี่ยนแปลงสื่อในยุคดิจิทัลจากการเกิดแพลตฟอร์มรับชมโทรทัศน์ใหม่ๆ เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตของกลุ่มเซิร์ช ในช่วง 5 ปี จากนี้ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ในอัตราปีละ 20% จากปกติขยายตัวในอัตรา 10% ทุกปี โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้รวมกว่า 500 ล้านบาท
การเติบโตดังกล่าวมาจากโอกาสผลิตคอนเทนท์ในช่องทางแพตลฟอร์มทีวีใหม่ๆ ไม่เพียงเฉพาะทีวีดิจิทัล ที่กลุ่มเซิร์ชยังคงเป็นพันธมิตรที่ดีกับช่อง3 แต่รวมถึงช่องทางในรูปแบบมัลติ สกรีนในยุคดิจิทัล ที่ล้วนเป็นโอกาสของคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ทั้งสิ้น ที่ผ่านมาเซิร์ชฯ ได้พัฒนาช่องทางในโลกออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่น ไว้พร้อมแล้ว
"การทำงานในสไตล์ TV Man ของผมที่ยังทำงานเองทั้งเขียนบท พิธีกรรายการ และผู้บริหาร จะไม่วางเป้าหมายรายได้และการเติบโตอย่างหวือหวามากนัก แต่ต้องการเห็นการเติบโตอย่างเสถียรและมั่นคงในยุคดิจิทัล”





