วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีดาร์ขายอินทัชใกล้เกลี้ยง!โกย5.2หมื่นล.

สำรวจครึ่งปีแรก"ซีดาร์ โฮลดิ้งส์"ทยอยลดสัดส่วนถือครองอินทัช รวม 650 ล้านหุ้น คิดเป็น 20.29% ล่าสุดเหลือการถือครอง 3.35% โกยเงิน 5.2 หมื่นล.

ข้อมูลจากสำนักงานก.ล.ต. ระบุว่าในรอบครึ่งปีแรกของปีนี้ พบว่า บริษัทซีดาร์ โฮลดิ้งส์ ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทอินทัช (INTUCH) ได้รายงานการขายหุ้น 650 ล้านหุ้น คิดเป็น 20.29% โดยต้นปีนี้ บริษัทดังกล่าวถือครองหุ้น 758.04 ล้านหุ้น คิดเป็น 23.64% ล่าสุดถือครองหุ้นเพียง 107.47 ล้านหุ้นคิดเป็น 3.35% ซึ่งมีการทำรายการขายหุ้นออกมา เมื่อถึงระดับที่ต้องรายงานสำนักงานก.ล.ต. 3 ครั้ง ประกอบด้วย เดือนม.ค. ขายออก 330 ล้านหุ้น คิดเป็น 10.29% ทำให้สัดส่วนการถือครองเหลือ 428.04 ล้านหุ้น คิดเป็น 13.35% เดือนพ.ค. ทำรายการขาย 7.76 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.24% ทำให้สัดส่วนการถือครองเหลือ 264.44 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.25% เดือนก.ค. รายงานขาย 4.57 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.14% ทำให้สัดส่วนการถือครองหุ้นเหลือ 107.47 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.35%

นอกจากนี้ระหว่างทางบริษัทซีดาร์ฯได้มีการขายหุ้นออกมาต่อเนื่อง แต่ไม่ถึงระดับที่ต้องรายงาน รวมทั้งปัจจุบันการถือครองหุ้นของบริษัทซีดาร์ฯ มีสัดส่วนต่ำกว่าระดับ 5% บริษัทสามารถขายหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมดได้ โดยไม่ต้องรายงานกับสำนักงานก.ล.ต. ตามเกณฑ์ที่กำหนด ดังนั้นจึงสมมติฐานได้ว่า บริษัทซีดาร์ ได้ทยอยลดสัดส่วนการถือครองหุ้นจนครบตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว

บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า การที่ภาวะตลาดผันผวน ทำให้บริษัทซีดาร์ฯ เลือกที่จะทยอยขายหุ้นอินทัชมากกว่า จะเลือกโยนบิ๊กล็อตอย่างที่เคยทำมา และครั้งนี้น่าจะเป็นการขายครั้งสุดท้ายที่จะต้องรายงานก.ล.ต. เพราะสัดส่วนการถือครองไม่ถึง 5% ซึ่งแสดงว่าบริษัทซีดาร์ฯได้ขายหุ้นอินทัชได้ทั้งหมดตามเป้าที่วางไว้

"เทมาเส็กได้รับเงินปันผลจากหุ้นอินทัช รวม 7-8 หมื่นล้านบาท และมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท หากพิจารณาจากเงินลงทุนในปี 2549 มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท จะเห็นว่าเทมาเส็กน่าจะได้รับกำไรจากการลงทุนครั้งนี้ มากกว่า 1.3 แสนล้านบาท การทยอยขายหุ้นของบริษัทซีดาร์ฯ เพื่อต้องการจะแก้ไขปัญหา การมีฐานะต่างชาติที่ถือครองหุ้นเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด"นักวิเคราะห์กล่าว

ฝ่ายวิจัยได้แนะนำให้ถือหุ้นอินทัช เพราะราคาหุ้นของบริษัทลูกเริ่มขยับขึ้นมาเกินกว่ามูลค่าพื้นฐานแล้ว ยกเว้น หุ้นไทยคมฯยังมีสวนต่างอยู่บ้าง แต่เพราะหุ้นอินทัชเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3% ก็ยังน่าสนใจที่จะลงทุนระยะยาว ต้องติดตามว่าการประมูลทีวีดิจิทัล ซึ่งบริษัทวางงบลงทุนไว้ 2 พันล้านบาทนั้น หากเกิดขึ้นจริงจะมีผลกระทบต่อความสามารถในจ่ายเงินปันผลหรือไม่

บล.โนมูระพัฒนสิน แนะนำให้ลงทุนหุ้นอินทัช เพราะปัจจุบันต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่โบรกเกอร์แนะนำ รวมทั้งมีปัจจัยหนุนในเรื่องผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 3.11% คาดปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่องจากบริษัทลูก ทั้งหุ้นแอดวานซ์ และบริษัทไทยคม รวมถึงไตรมาส3 ปีนี้ เข้าร่วมประมูลดิจิทัลทีวี