วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.คลังย้ำไม่ปรับลดศก. แค่ตัวเลขไม่ตรงกัน

"กิตติรัตน์"ลั่นไทยไม่ได้ปรับลดจีดีพี จากเดิมศก.โต5% แต่ตอนนี้คาดการณ์โต4% ปรับตัวเลขไม่ตรงกัน ไม่ได้ปรับลงเรื่อยๆ

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากภูเขางามรีสอร์ท จ.นครนายกว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดเป้าการคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลก(จีดีพี) ว่าจริงๆเป็นที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่ขยายตัวอย่างที่คิด โดยได้มีการคาดการณ์จากหน่วยงานทางด้านการวิเคราะห์ต่างๆ ก่อนหน้านี้อยู่บ้างแล้ว การที่ไอเอ็มเอฟออกมาคาดการณ์ถือว่าเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับความเข้าใจในทั่วโลก ในส่วนของประเทศไทยมีส่วนราชการที่คาดการณ์เศรษฐกิจ ก็มีการปรับลดความคาดหวังการขยายตัวของประเทศไทยลงไปบ้างแล้ว เชื่อว่าทุกฝ่ายเข้าใจ

"เพราะเราเองยังพึ่งพาภาคส่งออกไม่น้อย แม้ว่าเราจะปรับฐานสมดุลการบริโภคในประเทศหรือการใช้จ่ายภาครัฐ รวมถึงการลงทุนของเอกชนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หากเราไม่ต้องการให้เศรษฐกิจของไทยชะลอตัวจนเกินไป ยังมีสิ่งที่เราทำได้คือ การพึ่งพาภาคบริการและการท่องเที่ยว เพราะขยายตัวดีมากในช่วงเดือนพ.ค.- มิ.ย.ที่ผ่านมา ดังนั้น การพัฒนาจังหวัดต่างๆ ให้รองรับการท่องเที่ยวทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศจึงความสำคัญ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการระยะสั้นที่จะดูแลหลังจากไอเอ็มเอฟ ปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจคืออะไร นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ความจริงระยะสั้นได้มีการดำเนินการมาแล้ว เพราะในเดือนเม.ย.ค่าเงินของไทยแข็งค่าขึ้นไปถึง 28 บาท และหลังจากเราได้มีการพูดคุยกัน ขณะนี้อัตราแลกเปลี่ยนจึงอ่อนตัวลง ทำให้การส่งออกดีขึ้น และการท่องเที่ยวดีขึ้น ความเสี่ยงที่เงินบาทจะแข็งมีน้อยลง ถือว่าเป็นเรื่องระยะสั้นแล้ว

ส่วนมาตรการระยะสั้นอื่นๆ ต้องมีการรักษาบรรยากาศทั่วๆไปให้มีความสบายใจกันทุกครั้ง ที่มีความขัดใจและขัดแย้ง หากมีการประท้วงรุนแรง อาจทำให้นักท่องเที่ยวหายไป หรือการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศเกิดการชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรายังไม่เห็นสัญญาณอะไรที่เกิดข้อกังวลในเรื่องการว่างงาน หลายประเทศในโลกมีปัญหาทางเศรษฐกิจเพราะคนหางานยาก ของเรายังอยู่ในช่วงที่ดี ในหลายกลุ่มธุรกิจขาดแคลนแรงงานเสียด้วยซ้ำไป

เมื่อถามว่า แต่วันนี้เหตุใดไทยจึงต้องปรับลดจีดีพีลงเรื่อยๆนายกิตติรัตน์กล่าวว่า ความจริงไม่ได้ปรับลงเรื่อยๆ มีบางหน่วยงานปรับ แต่ส่วนใหญ่ปรับเพียงครั้งเดียว เพียงแต่การปรับตัวเลขของเขาไม่ตรงกัน ฉะนั้นไม่ใช่การปรับลงเรื่อยๆ แต่ละคนดูเหมือนจะปรับลงในอัตราพอๆกัน จากเดิมคาดว่าโตร้อยละ 5 ตอนนี้มีการคาดการณ์ว่าจะโตร้อยละ 4 ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นการปรับลดซ้ำลงไป