รอลุ้นตัวเลขเศรษฐกิจจีน สุนทรพจน์เบอร์นาเก้ และผลประชุมกนง.
คาดดัชนีฯ Up and down แนวต้าน 1410/1420จุด แนวรับ 1382/1370 จุด
เราคาดว่า ทิศทางดัชนีฯจากนี้ไป จะอยู่ในลักษณะผันผวน (พร้อมขึ้น หรือ ลง แรง) ขึ้นอยู่กับ รายงานผลกำไรบจ.สหรัฐฯ (กลุ่มการเงินสหรัฐฯจะเริ่มทยอยประกาศปลายสัปดาห์ คาดกำไรเติบโตสูงเฉลี่ย 17%y-y) และรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีน (วานนี้ เงินเฟ้อมิย สูงเกินคาด +2.7%y-y Vs เดือนพ.ค.2.1%y-y ส่วนวันนี้จับตา การค้าระหว่างประเทศเดือนมิย คาดส่งออก+3.8%y-y Vs +1% นำเข้า +6.2%y-y(Vsพค-0.3%) และดุลการค้าเกินดุล +$28.4bn (Vs +$20.4bn.) ส่วนวันนี้จะจับตารายงานประชุมเฟดที่ผ่านมาและสุนทรพจน์ของประธานเฟด อาจมีสัญญาณชี้นำถึงการลดขนาด QE3 และผลประชุมกนง. ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม 2.5% และปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน จะมีอิทธิพลสูง ต่อราคาหุ้น กลุ่มอิงเศรษฐกิจโลก เช่น แบงก์ พลังงาน ปิโตร ฯลฯ ขณะที่ การปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจในประเทศ (จากผลประชุมกนง. วันนี้) และรายงานผลกำไรบจ. เริ่มโดยกลุ่มแบงก์ วันศุกร์นี้ จะส่งผลต่อทิศทางหุ้นกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ เช่น เช่าซื้อ อสังหาฯ ค้าปลีก รับเหมาฯ
ปัจจัยหลักๆที่ควรติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) ตัวเลขเศรษฐกิจจีน (วันนี้ ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศเดือนมิ.ย. และต้นสัปดาห์หน้า 2Q56F GDP คาดเติบโต 7.6%y-y (Vs 1Q56 7.7%) จะเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หากออกมาแย่กว่าคาด
2) ผลประชุมกนง. 10 ก.ค. -ราคาเป้าหมาย บจไทย. (TISCO เริ่ม 11 กค) โดยเฉพาะกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ (แบงก์ อสังหาฯ ค้าปลีก) และกลุ่มอิงโครงการของรัฐบาล (กลุ่มรับเหมาฯ วัสดุฯ) มีแนวโน้มถูกปรับลดประมาณการสูงสุด จากการปรับลดเป้าหมาย GDP ไทยปีนี้ จากเฉลี่ย 5% เหลือ 4.5% วิตกพรบ.การเงิน 2 ล้านล้านบาทอาจล่าช้า ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อบริโภคของภาคเอกชนเริ่มชะลอตัว หลังหนี้ครัวเรือนพุ่งขึ้น
3) ผลกำไรบจ. ไตรมาส 2/59 –นักวิเคราะห์คาดว่า ผลประกอบการของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะขยายตัว 2.9% ในไตรมาส 2 จากปีที่แล้ว ต่ำกว่า 6.1% ที่คาดไว้ใน เดือนเม.ย. โดยกลุ่มการเงินสหรัฐฯ จะเป็นบจ.ที่คำนวณใน DJIA ต่อจาก ACOA รายงานกำไรวันศุกร์นี้ โดยกลุม Financials จะเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรเติบโตสูงสุด +17% สูงสุดใน 10 หมวดอุตสาหกรรม ส่วนบจ ไทยทยอยประกาศตั้งแต่ 11 ก.ค. และมีแนวโน้มปรับลดประมาณการลง หลัง Bloomberg Consensus ปรับเพิ่มประมาณการตลาดหุ้นไทยปี 56F เป็น 27% จากเดิม 25% และเมื่อเดือนมีค.ที่ 21% สะท้อนมุมมอง Optimistic เกินไปของตลาดหุ้นไทย
4) ปัจจัยการเมือง รอการพิจารณากฎหมายสำคัญๆในประเทศ









