เปิดสูงปิดต่ำ 8 วันติดสะท้อนแนวโน้มอ่อนแอสุดๆ เน้น ดีดขึ้นขาย ถือเงินสดลดเสี่ยง
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ ประเด็นการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกกลับมาเป็นปัจจัยกดดันการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง หลังจากที่ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปี 2556 ลงสู่ระดับ 3.1% จาก 3.3% ในการประเมินช่วง เม.ย.2556 โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ขยายตัวช้าลง ซึ่งในมุมมองของเรามองว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนจะปัจจัยกดดันที่สำคัญของตลาดหุ้นเอเชีย หลังจากที่ล่าสุด IMF ปรับประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ และปีหน้าลงจาก 8.0% และ 8.2% มาอยู่ที่ 7.7% และ 7.8% ตามลำดับ นอกจากนี้มีความเป็นไปได้ว่าในวันจันทร์หน้าจีนจะรายงานตัวเลข GDP Growth ในไตรมาสที่ 2 ออกมาที่ 7.5% YoY ลดลงจาก 7.7% YoY ในไตรมาสที่ 1 ด้วยตามการคาดการณ์ของ Bloomberg
เราประเมินว่าตลาดหุ้นไทยจะไม่ได้รับปัจจัยหนุนจากการประชุม กนง. ในวันนี้ เนื่องจากประเมินว่าแบงก์ชาติจะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.50% ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2556 ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้คือการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 18-19 มิ.ย.2556 และการคาดการณ์แนวโน้มของเศรษฐกิจจากเฟดด้วย ซึ่งอาจจะทำให้ได้เห็นความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดขนาดของมาตรการ QE ในอนาคตชัดเจนขึ้น ซึ่งการที่ตลาดยังต้องรอความชัดเจนจากประเด็นดังกล่าว ทำให้การดีดตัวขึ้นของ SET ในวันนี้ยังเปราะบาง และตราบใดที่ยังไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,460 จุดได้ เรามองว่ายังมีโอกาสลงมาไปที่ 1,350 จุดอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) แนะนำ “ดีดขึ้นทยอยขาย” กรณี SET ยังปิดเหนือ 1,460 จุดไม่ได้ ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (มากกว่า 1 เดือน) แนะนำไปรอ “ทยอยสะสมหุ้น” เพิ่มเป็น 50% จาก 25% ของพอร์ตบริเวณ 1,380-1,350 จุดในหุ้นกลุ่ม Net Cash (เงินสด>หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย) ได้แก่ INTUCH, INET, MODERN, KAMART, STEC, SRICHA, BEC, STANLY, PTTEP และ NOK






