คาดกำไรสุทธิ 2Q56 อยู่ที่ 10,288 ล้านบาท ลดลง 49%QoQ
คาดกำไรสุทธิ 2Q56 อ่อนตัว 49%QoQ
จากการประชุมกับ PTTEP เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q56 อยู่ที่ 10,288 ล้านบาท ลดลง 49% QoQ เป็นผลมาจากค่าเงินบาทและค่าเงินแคนาดาที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯทำให้มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และมีอัตราภาษี (Effective tax rate) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 30% ใน 1Q56 เป็น 56% โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากรายการดังกล่าวข้างต้นมากถึง 5,240 ล้านบาท ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานปกติลดลงเพียง 2% QoQ จากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนตัวตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง 101 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ยอดขายปิโตรเลียมเฉลี่ยต่อวันคาดว่าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 294,000 บาร์เรล หลังโครงการ MTJDA กลับมาดำเนินงานตามปกติ
มีมุมมองเชิงบวกหาก PTTEP เข้าซื้อ HESS
ประเด็นข่าวเกี่ยวกับ HESS (ที่มา: Oil and Gas Journal) ประกาศขายแหล่งปิโตรเลียมบางส่วนในไทยและอินโดนีเซีย รวมมูลค่า 3 - 3.5 พันล้านเหรียญ โดย PTTEP แสดงความสนใจเข้าซื้อ โดยเฉพาะแหล่งปิโตรเลียมในไทย แม้ปัจจุบันข้อมูลที่มีอยู่จะไม่เพียงพอต่อการพิจารณาปรับประมาณการและมูลค่าเหมาะสม แต่เรามีมุมมองเป็นบวกเพราะการลงทุนในครั้งนี้จะไม่กระทบส่วนของทุนเนื่องจากบริษัทมีเงินสดในมือไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาท และมีหนี้สินต่อทุนต่ำเพียง 0.3 เท่า (เป้าหมายไม่เกิน 0.7 เท่า) ขณะที่การลงทุนดังกล่าวถือว่าความเสี่ยงต่ำเนื่องจากเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่เริ่ม ผลิตแล้ว(โครงการไพลินและโครงการสินภูฮ่อม) เราประเมินว่าแหล่งปิโตรเลียมในประเทศที่ HESS เสนอขายคิดเป็น 8% ของกำลังการผลิตปิโตรเลียมเฉลี่ยต่อวัน
คงมุมมองเชิงบวกที่มีต่อกำไรสุทธิ 2H56
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ไว้เท่าเดิมที่ 62,868 ล้านบาท เติบโต 10% YoY โดยเรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรสุทธิ 2H56 ที่ฟื้นตัวจากยอดขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น โดยเพาะการเริ่มดำเนินการผลิตของโครงการมอนทาราในปลาย 2Q56 ที่ผ่านมา (กำไรสุทธิ 1H56 ที่เราคาดคิดเป็น 48% ของกำไรสุทธิปี 2556 ที่เราคาดการณ์) ขณะที่รายได้พิเศษจากเงินประกันภัยโครงการมอนทารายังคงเหลืออีก 840 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ใน 2H56 เรามองว่าราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวจะเป็น Upside ของ PTTEP และสนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรสุทธิ 2H56 และทำให้ PTTEP ยังมีความน่าสนใจในการลงทุน
ยังมีโอกาสปรับประมาณการเพิ่ม จากแผนขยายการลงทุน
แม้ว่า Upside เริ่มจำกัดแต่เรายังคงแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากยังมีโอกาสที่เราจะปรับมูลค่าเหมาะสมเพิ่มจากแผนขยายการลงทุนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่ผลประกอบการ 2H56 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเป็นปัจจัยที่ทำให้ PTTEP ยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุน









