คาดดัชนีฯ รีบาวด์ แนวต้าน 1420/1430จุด แนวรับ 1395/1382 จุด
เราคาดว่า ทิศทางดัชนีฯจากนี้ไป จะอยู่ในลักษณะผันผวน (พร้อมขึ้น หรือ ลง แรง) ขึ้นอยู่กับ รายงานผลกำไรบจ.สหรัฐฯ (ALCOA ประกาศแล้ว ใกล้เคียงคาดการณ์) และรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีน (เงินเฟ้อมิย คาด 2.5%y-y Vs เดือนพ.ค.2.1%y-y และการส่งออกมิ.ย. ประกาศพรุ่งนี้ คาด +3.8%y-y Vs +1% นำเข้า +6.2%y-y(Vsพค-0.3%) และดุลการค้า เกินดุล +$28.4bn (Vs +$20.4bn.)
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะมีอิทธิพลสูง ต่อราคาหุ้น กลุ่มอิงเศรษฐกิจโลก เช่น แบงก์ พลังงาน ปิโตร ฯลฯ ขณะที่ การปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจในประเทศ (จากผลประชุมกนง. วันพุธ) และรายงานผลกำไรบจ. เริ่มโดยกลุ่มแบงก์ วันศุกร์นี้ จะส่งผลต่อทิศทางหุ้นกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ เช่น เช่าซื้อ อสังหาฯ ค้าปลีก รับเหมาฯ
ปัจจัยหลักๆที่ควรติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) ตัวเลขเศรษฐกิจจีน (สัปดาห์นี้ CPI, ส่งออก และต้นสัปดาห์หน้า 2Q56F GDP คาดเติบโต 7.6%y-y (Vs 1Q56 7.7%) ออกมาแย่กว่าคาด
2) ผลประชุมกนง. 10 ก.ค. -ราคาเป้าหมาย บจไทย. (TISCO เริ่ม 11 กค) โดยเฉพาะกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ (แบงก์ อสังหาฯ ค้าปลีก) และกลุ่มอิงโครงการของรัฐบาล (กลุ่มรับเหมาฯ วัสดุฯ) มีแนวโน้มถูกปรับลดประมาณการสูงสุด จากการปรับลดเป้าหมาย GDP ไทยปีนี้ จากเฉลี่ย 5% เหลือ 4.5% วิตกพรบ.การเงิน 2 ล้านล้านบาทอาจล่าช้า ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อบริโภคของภาคเอกชนเริ่มชะลอตัว หลังหนี้ครัวเรือนพุ่งขึ้น
3) ผลกำไรบจ. ไตรมาส 2/59 –สหรัฐฯเริ่มทยอยรายงานผลกำไร 2Q56 แล้ว โดย ALCOA รายงานกำไรไม่รวมต้นทุนการปรับโครงสร้างและต้นทุนคดีความกฎหมายต่างๆ หลังปิดตลาดหุ้นวานนี้ 76 ล้านดอลล์หรือ 7 เซนต์ Vs ปีก่อนหน้า กำไร 61 ล้านดอลล์หรือ 6 เซนต์ (แต่หากรวมทุกรายการ จะขาดทุน 119 ล้านดอลล์ Vs ปีก่อน ขาดทุน 2 ล้านดอลล์) ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ คาดผลกำไรสหรัฐฯจะเติบโต +1.8%q-q และ -1%q-q หากไม่รวมกลุ่มการเงิน โดยกลุม Financials จะเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรเติบโตสูงสุด +17% สูงสุดใน 10 หมวดอุตสาหกรรม ส่วนบจ ไทยทยอยประกาศตั้งแต่ 11 ก.ค. และมีแนวโน้มปรับลดประมาณการลง หลัง Bloomberg Consensus ปรับเพิ่มประมาณการตลาดหุ้นไทยปี 56F เป็น 27% จากเดิม 25% และเมื่อเดือนมีค.ที่ 21% สะท้อนมุมมอง Optimistic เกินไปของตลาดหุ้นไทย
4) ปัจจัยการเมือง รอการพิจารณากฎหมายสำคัญๆในประเทศ









