บลูไลท์ อุตสาหกรรมผู้ฉีกกฎกระเป๋าเดินทาง

จากกระเป๋าเดินทางที่ขนานนามว่ากระเป๋าเซี่ยงไฮ้มาสู่กระเป๋าเดินทางแฟชั่นผู้กล้าฉีกทุกกฎ ผลงานของคนเจนเนอเรชั่นที่ 3 กอบกุล ฟอน ฮาร์ตมัน
ในยุคโก๋หลังวัง ใครไม่หิ้ว หรือไม่รู้จัก “กระเป๋าเซี่ยงไฮ้” กระเป๋าเดินทางสุดฮิตของคนยุคนั้น คงจะเชยระเบิด!
ล่วงมากว่า 50 ปี กระเป๋าเซี่ยงไฮ้ค่อยๆ แปลงโฉมตัวเองกลายมาเป็นกระเป๋าเดินทางโหนกระแสแฟชั่น เขี่ยกระเป๋าแนวอนุรักษ์นิยมกระเด็นตกขอบ ด้วยดีไซน์ที่หลากหลาย กลายเป็นกระเป๋าที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของผู้ใช้ ช่วงหนึ่งยังผลิตกระเป๋าเดินทางแบบเปลี่ยนหน้ากากได้ รายแรกของไทยและของโลก จากแนวคิดสร้างสรรค์ของทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง “กอบกุล ฟอน ฮาร์ตมัน” ที่เข้ามารับช่วงดูแลแบรนด์ “CAGGIONI” ต่อจากรุ่นพ่อ
ก่อนที่จะมาเป็น “บลูไลท์ อุตสาหกรรม” ธุรกิจเริ่มต้นขึ้นในปี 2496 จากร้านห้องแถวเล็กๆ ชื่อ “ศิริศิลป์” รับจ้างผลิตกระเป๋าเดินทางชั้นดีจากหนังสัตว์ “ฝีมือ” บวก “คุณภาพ” เป็นเครื่องการันตีว่าของที่ Made from ร้านศิริศิลป์ มั่นใจได้! กลายเป็นวิถีที่นำพาองค์กรเดินสู่ความสำเร็จ จากงานรับจ้างผลิต ค่อยๆปรับมาสู่การสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง
สำหรับแบรนด์ “CAGGIONI” หากไม่บอกหลายคนก็คงเข้าใจไปเองว่า เป็นแบรนด์ฝรั่งตาน้ำข้าวสัญชาติอิตาลี เป็นแน่
ได้มีโอกาสฟัง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บลูไลท์ อุตสาหกรรม จำกัด ทายาทรุ่นที่ 3 ในงาน “เคล็ด(ไม่)ลับสู่ความสำเร็จ ตอน คิดก่อนรวยกว่า” ที่จัดขึ้นโดยธนาคารไทยพาณิชย์ เล่าถึงเส้นทางของกระเป๋าเดินทางชื่ออิตาลีแต่ผลิตโดยคนไทยแท้ว่า
แบรนด์ CAGGIONI เพิ่งจะเริ่มต้นทำแบรนด์จริงจังเมื่อ 7 ปีก่อน โดยก่อนหน้านั้นใช้แบรนด์อีกแบรนด์หนึ่งชื่อ “Premier” แบรนด์แรกๆ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า
ทว่า เหมือนโชคชะตาเล่นตลก สร้างแบรนด์มาเป็นสิบๆปี เจอยี่ห้ออื่นลอกเลียนแบบยังไม่พอ สุดท้าย “ตาอยู่” ก็มาชุบมือเปิบนำชื่อแบรนด์ Premier ไปจดทะเบียนทางการค้าหน้าตาเฉย กลายกลับเป็นว่าบริษัทช่วยมือมืดที่ก็อปปี้กระเป๋าเดินทางยี่ห้อนี้ทำมาหากินอยู่หลายปี
“แรกๆ ทางบ้านก็รู้สึกเซ็ง ทำอะไรไม่ได้ เพราะเราพลาดเองที่ไม่ได้ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดักไว้ก่อน ตอนนั้นยอมรับว่ายังไม่มีใครคิดเรื่องนี้ เราใช้ชื่อนี้มานานเป็นสิบๆ ปี ลูกค้าก็รู้จักเราหมดแล้ว พอเจอเหตุการณ์นี้ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ คือคิดรอบด้าน คิดจริงจังมากขึ้น ใช้ทุกอย่าง ทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจครอบครัว”
เสียความมั่นใจ ยังไม่เท่าเจ็บใจ !
ประสบการณ์เลวร้ายครั้งนี้ กลายเป็นแรงผลักดันให้บริษัทต้องคิดนำหน้าคู่แข่งในตลาดอย่างน้อย 1 ก้าวเสมอ โดยบลูไลท์ จะมุ่งพัฒนาสินค้าให้มีความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ทั้งในขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบ และกลยุทธ์การตลาด
กอบกุล ยังบอกว่า การทำธุรกิจบางครั้งก็มาจากความสงสัยส่วนตัว สำหรับเธอจะตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า ทำไมกระเป๋าเดินทางที่วางขายในตลาดจึงมีแต่สีดำๆ ทึมๆ แล้วคนที่ชอบสีสันสดใสล่ะ จะไปหากระเป๋าเดินทางที่ไหนถ้าไม่มีคนผลิต และจะทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนให้กระเป๋าเดินทางที่ส่วนใหญ่เป็นแบบอนุรักษ์นิยมมาเป็นสินค้าแฟชั่นให้มากขึ้น
“เริ่มคิดจากคำถามที่เกิดกับตัวเองก่อน ตั้งแต่อยู่ในวงการนี้มาก็ยังไม่เคยเห็นกระเป๋าเดินทางที่มีลวดลาย หรือดีไซน์แปลกๆ เวลาคนซื้อกระเป๋าก็จะซื้อแล้วเก็บไว้ใช้หลายปี โจทย์ของเราคือจะทำอย่างไรเพื่อกระตุ้นให้คนซื้อกระเป๋าเดินทางมากขึ้น และซื้อหลายๆใบด้วย อย่างแรกเลยคือต้องอิงแฟชั่น ฉีกแนวทางที่คนอื่นๆทำ ต่อมาก็มองว่าน่าจะทำให้กระเป๋าเดินทางมีลูกเล่นดึงดูดคนซื้อด้วยกลยุทธการตลาด”
ทำให้กระเป๋าเดินทางยี่ห้อ “CAGGIONI” เป็นรายแรกในไทยที่ผลิตกระเป๋าออกมาเป็นคอลเล็คชั่นตามเทรนด์ และเป็นเซ็ท โดยในหนึ่งเซ็ทจะประกอบด้วย กระเป๋าอีกหลายๆ ใบ บวกกับการใช้กลยุทธ์การตลาด การทำโปรโมทชั่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือการ ลด แลก แจก แถม ช่วยดึงเงินในกระเป๋าลูกค้า จากนั้นไม่นานก็มีคู่แข่งรายอื่นๆ ก็ตามมาเป็นพรวน!
“เวลาคนเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะแตกลูกกระเป๋าใบเล็กใบน้อยออกมาอีกหลายๆ ใบ จึงไม่ยากที่จะชูจุดขายเรื่อง “ซื้อเซ็ทเดียว แต่ได้(กระเป๋า)หลายใบ” ออกมาเอาใจขาช้อปไม่ว่าชายหรือหญิง “ เธอกล่าว และว่า
“เราต้องคิด ต้องมองให้แตกต่างจากคนอื่นเสมอ อย่างเรื่องการขายกระเป๋าเดินทางนี่ก็เหมือนกัน เมื่อก่อนเจอคำถามบ่อยมาก เรื่องขายได้เหรอ ใครจะเดินทางได้ทุกวัน แน่นอนว่าคนๆ นึงไม่สามารถเดินทางได้ทุกวันแต่ก็มีอีกหลายร้อยพันคนบนโลกนี้เดินทางกันได้ทุกวัน ดูอย่างเครื่องบินสิก็บินกันได้ทุกวัน” กอบกุล ยิ้ม
ในแง่ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต “บลูไลท์” ยังยึดแนวทาง “คุณภาพ” โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผู้ผลิตกระเป๋า-อุปกรณ์เดินทางของประเทศ และส่งออก โดยที่ผ่านมาได้เซ็นสัญญากับบริษัทระดับโลกในการใช้เม็ดพลาสติกของ Byer จากเยอรมัน และ Hinomoto ผู้ผลิตล้อนำเข้าจากญี่ปุ่น
รวมทั้งส่วนประกอบคุณภาพมาตรฐานจากที่ต่างๆ เพื่อนำมาประกอบเป็นกระเป๋า ทำให้สามารถส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น รวมทั้งตลาดในประเทศ ภายใต้แบรนด์ CAGGIONI และ GIOGACIA นอกจากนี้บลูไลท์ยังเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายกระเป๋าเดินทางยี่ห้อ lULUCASTAGNATE และ MENDOZA อีกด้วย
เธอเล่าต่อว่า ก่อนหน้านั้นบริษัทยังไม่คิดเรื่องสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง รับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่นๆ 100% ก่อนจะค่อยๆ ปรับลดสัดส่วนลงมาเรื่อยๆ จนเหลือ 70% ในปัจจุบัน และอีก 30% เป็นแบรนด์ของตัวเอง โดยมองว่าตลาดรับจ้างผลิตพร้อมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีความเสี่ยงสูง หากวันใดวันหนึ่งเกิดการยกเลิกสัญญาการผลิตขึ้นมา
“ค่าเงินบาทผันผวน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ค่อยๆ ลดลงมาจาก 10% 20% เป็น 30% ค่อยทำๆ ไป”
กอบกุล สรุปในตอนท้ายว่า กว่าบลูไลท์จะประสบความสำเร็จได้ นอกจากการสั่งสมประสบการณ์บ่มเพาะจนแข็งแกร่งแล้ว การถ่ายทอดประสบการณ์จาก "รุ่นสู่รุ่น" ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้บริษัทเดินเกมธุรกิจได้อย่างมั่นคง
และต่อจากนี้รุ่นถัดมาก็ต้องสานต่ออุดมการณ์นี้เพื่อขับเคลื่อนกิจการให้ยั่งยืนสู่อนาคต
+++++++++++
Key to success
รหัสลับความสำเร็จ 'CAGGIONI'
๐ “ฝีมือ” และ “คุณภาพ” ต้องมาก่อน
๐ สร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
๐ วางกลยุทธ์ด้านการตลาด
๐ คิดนำหน้าคู่แข่งอย่างน้อย 1 ก้าวเสมอ







