วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Domestic Demand แผ่วกดดัน Domestic Play

จากตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนพ.ค.56 เราเห็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศชัดเจนมากขึ้น

โดยดัชนีการบริโภคเริ่มหดตัว 0.2%YoY ภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง 1.6%YoY ทั้งนี้เพราะโครงการรถคันแรกได้ส่งมอบไปเกือบหมดแล้ว รายได้ภาคเกษตรไม่ได้เติบโตมากนัก ขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก รวมทั้งภาคครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ด้านดัชนีการลงทุนภาคเอกชนติดลบ 3.3%YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ยอดซื้อเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ชะลอตัวลงจากช่วงก่อนหน้าเนื่องจากเร่งลงทุนไปมากในช่วงหลังอุทกภัยรุนแรง
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. 56 ลดลงมาที่ 81.6 ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน เนื่องจากประชาชนกังวลกับเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง และปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ยังผลให้ประชาชนซื้อสินค้าน้อยลง
มี Overhang ในโครงการลงทุนขั้นพื้นฐาน โดยขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ที่บัญญัติไว้ว่า“การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง” แต่ทางรัฐบาลเห็นว่าไม่ขัดต่อมาตราดังกล่าว ซึ่งต้องติดตามกันต่อว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร แต่ความไม่แน่นอนในเรื่องดังกล่าว กอรปกับความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นหลังเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปเดือนส.ค.56 เป็นปัจจัยที่ทำให้เราประเมินว่าการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่มีโอกาสสูงที่จะล่าช้า
Domestic Demand ชะลอ อุปสงค์ภายในประเทศที่แผ่วลงและ Overhang ของพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลง เป็นลบกับอุตสาหกรรมที่อิงกับการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ เช่น กลุ่มพาณิชย์ (Commerce), กลุ่มที่พักอาศัย (Residential), กลุ่มเช่าซื้อ (Hire purchase), กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Contractor) และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง (Building Material) ให้เติบโตจำกัดลงในช่วง 2H56
คาด Analyst จะปรับลดคาดการณ์กำไร & ราคาเป้าหมายกลุ่ม Domestic Play ลง เราคาดการณ์ว่านักวิเคราะห์จะปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของยอดขาย กำไร และราคาเป้าหมายของหลักทรัพย์ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนในช่วงทำ Preview ผลประกอบการ 2Q56 หรือหลังจากกำไร 2Q56 ได้ประกาศออกมาแล้ว ซึ่งเป็นเดือนก.ค.-ส.ค.นี้ สำหรับหลักทรัพย์ในกลุ่มดังกล่าวที่คาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรสุทธิปี 56-57 แข็งแกร่ง แม้ว่าอาจมีการปรับประมาณการกำไรลงแล้วก็น่าจะยังขยายตัวเป็นเลขสองหลักได้ คือ BIGC, SCC, LPN, SC, SPALI เป็นต้น
แต่...กลุ่มสื่อสารและขนส่งมวลชน (Mass Transit) ยังไปได้ดี โดยคาดว่าจะถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจภายในที่เติบโตน้อยลงไม่มาก เพราะความจะเป็นใช้ค่อนข้างแน่นอน ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง โดยหันมาใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารในชีวิตการทำงาน &ชีวิตประจำวันมากขึ้น การจราจรที่ติดหนาแน่นทำให้ต้องใช้บริการรถไฟฟ้า ทางด่วนเพิ่มขึ้น ธุรกิจที่ขยายตัวทำให้ปริมาณการเดินทางทั้งทางบก ทางอากาศสูงขึ้น สำหรับหลักทรัพย์ที่เราชอบในกลุ่มเหล่านี้ ได้แก่ DTAC, INTUCH, CSL, JAS, AOT, BTS เป็นต้น