วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ไทยเบฟ"รุกสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งบุกตลาดเบียร์อาเซียน

"ไทยเบฟ"รุกสปอร์ตมาเก็ตติ้งเต็มสูบ ปี56-57 อัดงบ 2,200 ล้านบาท หนุนสโมสรฟุตบอลดัง ลุยจัดกิจกรรม"บอลโลก"ปีหน้า เสริมภาพลักษณ์โกลบอลแบรนด์

นายสรกฤต ลัทธิธรรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่าในปี2556-2557 บริษัทวางแผนรุกตลาดเบียร์ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกลยุทธ์ "สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง" โดยเตรียมทุ่มงบประมาณ รวม 2,200 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณในปีนี้ 1,000 ล้านบาท และปีหน้า 1,200 ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมทั้งการเป็น สปอนเซอร์สโมสรฟุตบอลระดับโลก "บาร์เซโลนา" หรือบาร์ซ่า และเรอัล มาดริด รวมทั้งมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014

"ปีหน้าที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก งบการตลาดก็จะจัดสรรให้สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ สื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ปีนี้เราใช้งบราว 1,000 ล้านบาท ผ่านกิจกรรมกีฬาถึง 60% และดนตรี 40% ส่วนปีหน้าบริษัทจะจัดกิจกรรมแบบ 360 องศา เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เบียร์ช้างให้เป็นอินเตอร์มากขึ้น" นายสรกฤต กล่าว

ทั้งนี้ ได้ใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท จัดแคมเปญ "ช้าง-บาร์ซ่า ปรากฏการณ์ความมันส์สนั่นจักรวาล" ดึงทีมฟุตบอลบาร์ซ่ามาแข่งขันกับทีมชาติไทย วันที่ 7 ส.ค.นี้ พร้อมกันนี้ได้จับมือกับทีมบาร์ซ่าเพื่อจัดแคมเปญรุกตลาดเบียร์ในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการบุกตลาดเบียร์มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีแฟนบอลของทีมบาร์ซ่าจำนวนมาก และเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญของเบียร์ช้างด้วย

นอกจากนี้จะใช้จุดแข็งของบริษัทเฟรเซอร์แอนด์นีฟ(เอฟแอนด์เอ็น) ซึ่งมีช่องทางการจำหน่าย และทำตลาดที่แข็งแกร่งในมาเลเซียและสิงคโปร์ จึงเชื่อว่ากลยุทธ์การทำตลาดครั้งนี้จะส่งผลให้ 3-4 ปีข้างหน้า ยอดขายเบียร์ช้างในระดับภูมิภาคขยายตัวได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับปัจจุบันยอดขายเบียร์ช้างอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท จากยอดขายเครื่องดื่มโดยรวมภายใต้บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด (IBHL) ที่มีอยู่ 5,000 ล้านบาท เติบโต 10%

"หลังจากบริษัทเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ให้กับ 2 สโมสรฟุตบอลอย่างบาร์ซ่า และเรอัล มาดริดเป็นเวลา 3 ปี ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เบียร์ช้าง มีความเป็นสากล ทันสมัยและพรีเมียมมากขึ้น" นายสรกฤต กล่าว

การดึงทีมบาร์ซ่ามาจัดกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นรีจินัล แคมเปญ เพื่อขับเคลื่อนยอดขายในภูมิภาคอาเซียนให้เติบโต นอกจากนี้บริษัทจะร่วมกับพันธมิตร เช่น เทสโก้ อังกฤษ, ห้างวูลเวิร์ธ (Woolworths) ออสเตรเลีย, ร้านค้าในสหรัฐ เพื่อเปิดตัวแคมเปญการตลาดระดับโลก ผลักดันให้เบียร์ช้าง ก้าวสู่การเป็นโกลบอล แบรนด์

ส่วนภาพรวมตลาดเบียร์ในไทยปีนี้คาดว่าจะเติบโต 4-5% จากมูลค่าคลาดรวม 1.2 แสนล้านบาท หรือในเชิงปริมาณ 2,200 ล้านลิตร แบ่งเป็นเซ็กเมนท์อีโคโนมี 85% สแตนดาร์ด 10% และพรีเมียม 5% โดยตลาดที่มีการเติบโตสูงสุดคืออีโคนีเติบโตในอัตรา 2 หลัก จากสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงทำให้ผู้บริโภคหันดื่มเบียร์ราคาถูก

ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายเบียร์ช้างรวมที่ 700 ล้านลิตร เติบโต 7-8% จากปีก่อนมียอดขาย 620 ล้านลิตร โดยปัจจุบันเบียร์ช้างมีส่วนแบ่งตลาดที่ 31% เพิ่มจากปีก่อนที่มี 30%