"เฉลิมชาติ นครังกุล"ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กับภารกิจผลักดันให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลสู่ครัวโลก
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2558 จะทำให้ประชากรภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนกว่า 600 ล้านคน ซึ่งประชากรเกินกว่าครึ่ง เป็นชาวมุสลิมถือเป็นตลาดใหญ่ นายเฉลิมชาติ นครังกุล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ มองเห็นโอกาสและศักยภาพของเชียงใหม่ที่มีความพร้อมทั้งการเป็นเมืองท่องเที่ยวและ เมืองวัตถุดิบอาหารฮาลาล ผลักดันให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลสู่ครัวโลก พร้อมดัน "เชียงใหม่ ไชน่า ทาวน์" โชว์เสน่ห์วิถีชีวิตอินเดีย-ไทย-จีน รองรับนักท่องเที่ยว
นายเฉลิมชาติ กล่าวว่า ตลาดอาหารฮาลาลของไทย เป็นตลาดที่น่าจับตามอง ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม จำนวนมากมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ แต่ต้องประสบกับปัญหาเรื่อง การรับประทานอาหาร เพราะกลุ่มนี้ต้องบริโภคอาหาร ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ฮาลาลเท่านั้น แต่ในเชียงใหม่ยังมีผู้ประกอบการกลุ่มนี้น้อยมาก จึงเป็นที่มาของการของการโครงการย่านการค้า พาณิชย์ถนนคนเดินฮาลาล หรือHalal Street ที่ถนนเจริญประเทศ หรือถนนบ้านฮ่อ เมื่อปลายปี 2555 ถือเป็นถนนคนที่จำหน่ายสินค้าฮาลาลแห่งแรกของเชียงใหม่
"จะผลักดันให้ถนนคนเดินฮาลาลเกิดทุกปี เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าฮาลาลของเชียงใหม่ ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ผลิต ผู้ซื้อสินค้าฮาลาลในอนาคต"
ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมปรับปรุง รวมทั้งออกแบบทำซุ้มประตู ตกแต่งถนนเส้นนี้ ให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของชาวมุสลิม จะเปิดตัวเป็นทางการอีกครั้ง
ทั้งนี้ หอการค้าฯ ยังร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ ทำโครงการพัฒนาสินค้าฮาลาลสู่สากล เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือและเครือข่าย พร้อมยกระดับผู้ประกอบการรายเดิมและพัฒนาสู่ตลาดใหม่ สร้างฐานข้อมูลผู้ประกอบการสินค้าและบริการฮาลาลในพื้นที่ผ่านระบบไอที รวมถึงการนำผู้ประกอบการฮาลาลในพื้นที่ร่วมออกงานแสดงสินค้าระดับประเทศ เตรียมเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าฮาลาลของภาคเหนือ เพื่อเชื่อมต่อภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและระดับอาเซียน
สำหรับเชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการ ที่สามารถยกระดับและส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและบริการที่ถูกต้องตามหลักฮาลาลได้ ยังมีสินค้าและบริการที่ต่อยอดไปเป็นการบริการอาหารฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว (Halal Food Service for Tourism) มีความจำเป็นต้องจัดเตรียมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้ถูกต้องตามหลักศาสนา
นายเฉลิมชาติ กล่าวว่าปัจจุบันเชียงใหม่มีคณะกรรมการอิสลามฯ เป็นผู้ตรวจสอบและอนุมัติการให้ตราฮาลาลกับสินค้า มีศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและอาหารฮาลาลในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการเชียงใหม่ที่จะได้พัฒนาตนเองและเข้าสู่ระบบฮาลาล ทั้งยังเป็นการผลักดันให้เชียงใหม่สามารถเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลสู่ครัวโลกอีกด้วย
"ชาวมุสลิมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ มณฑลยูนนาน มีกว่า 30 ล้านคน พร้อมที่จะซื้อสินค้าฮาลาลจากไทย นักท่องเที่ยวที่มาไทยที่เป็นชาวมุสลิมมีต่อเนื่อง ตลาดดังกล่าวถือว่ามีโอกาสมาก เชื่อว่าหลังจากเปิดเออีซี ตลาดจะขยายตัวเร็ว ประชากรมุสลิมทั่วโลก1,800 ล้านคน คิดเป็น 25% ของประชากรโลก หรือ 1 ใน 4 ของประชากรโลก ปริมาณความต้องการอาหารก็เพิ่มขึ้น"นายเฉลิมชาติ กล่าว
นอกจากนี้ หอการค้าฯ ยังมีการผลักดันโครงการเชียงใหม่ ไชน่า ทาวน์ บริเวณตรอกเล่าโจ๊ว ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้ย่านดังกล่าวกลับมาคึกคักมากขึ้น ขณะเดียวกันยัง เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรม วิถีชีวิตที่ดีงามของ 4 เชื้อชาติ ประกอบด้วย จีน อินเดีย ไทย และกลุ่มชาติพันธุ์ โดยได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการในย่านดังกล่าวปรับปรุงตกแต่งภูมิทัศน์ให้สวยงาม เช่น กันสาดของร้านค้าให้ทำเป็นแบบจีน รวมถึงการปรับปรุงศาลเจ้าในตรอกเล่าโจ๊ว ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ของคนจีนเพื่อให้เป็นศูนย์รวมประวัติศาสตร์ของชาวจีนในอดีต
"เชียงใหม่ ไชน่า ทาวน์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ รองรับทุกกลุ่มทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมดังเดิม การอยู่อาศัยแบบเกื้อกูล พึ่งพาอาศัยของผู้ แม้จะมีเชื้อชาติที่แตกต่างกันแต่สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว" นายเฉลิมชาติ กล่าว









