เทมาเส็กเล็งเพิ่มลงทุนในสหรัฐ-ยุโรป ฉวยโอกาสในช่วงเศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ2 ของโลก กำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
บริษัทด้านการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ "เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์" มีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐ และยุโรป ทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มการลงทุนในจีน เพื่อฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่ประเทศเศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
ในรายงานผลการดำเนินงานประจำปีนั้น เทมาเส็ก ระบุว่า บริษัทมองเห็นโอกาสที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ และยุโรป ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับการขยายตัวทางด้านภูมิศาสตร์ และมีแนวโน้มที่บริษัทจะเพิ่มการลงทุนในตลาดเหล่านี้
บริษัทระบุด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างในเศรษฐกิจจีน จะช่วยสร้างโอกาสการลงทุนในรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนท้องถิ่นด้วย
ในปีงบการเงินที่ผ่านมา สิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคม เทมาเส็ก รายงานพอร์ทการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 8.6% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 215,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นเอเชีย
ทั้งนี้ เทมาเส็ก โฮลดิ้ง บริหารงานโดยนางโฮ ชิง ภริยานายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นาย ลี เซียน ลุง เป็นผู้ลงทุนทั่วโลกรายใหญ่รายหนึ่งซึ่งถือหุ้นในธุรกิจหลายอย่าง เช่น สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ และธนาคารสแตนดาร์ด ชาต์เตอร์ด
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เข้าลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ของจีน รวมถึง การลงทุน 2.4 พันล้านดอลลาร์ในอินดัสเตรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชน่า หรือ ไอซีบีซี นับตั้งแต่ปี 2555
อย่างไรก็ดี เทมาเส็ก ซึ่งเน้นการลงทุนในเอเชียเป็นหลักนั้น มีรายได้สุทธิในปีที่แล้ว ลดลงมาอยู่ที่ 10,600 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จากปีก่อนหน้านี้ที่มีกำไรอยู่ที่ 10,700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยบรรษัทบริหารความมั่งคั่ง ระดับ ทริปเปิ้ลเอ ของรัฐบาลสิงคโปร์รายนี้ เผยด้วยว่า พอร์ทการลงทุนราว 30% ของบริษัทอยู่ในสิงคโปร์ 23% ในจีน และ 13% ในออสเตรเลีย









