วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกฯมองหุ้นแบงก์ใหญ่ราคาถูกสุดๆ

โบรกเกอร์แนะซื้อหุ้นแบงก์ใหญ่ เหตุราคาซื้อขายกระดานหลักปัจจุบันต่ำกว่า 2 เท่ามูลค่าตามบัญชี ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้นขยับขึ้น

สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มธนาคาพาณิชย์ขนาดใหญ่ ปรับตัวลงมาจนมีระดับราคาที่น่าสนใจต่อการลงทุน ล่าสุดแบงก์ใหญ่ที่มีผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้นโดดเด่น และราคาหุ้นเทียบกับมูลค่าทางบัญชีถูกสุด ได้แก่ หุ้นแบงก์กสิกรไทย แบงก์กรุงไทย ขณะที่หากนำมาเปรียบเทียบจากกรณีหุ้นแบงก์กรุงศรีอยุธยา ที่ถูกซื้อกิจการ ที่ราคาต่อมูลค่าหุ้นตามบัญชี 1.9 เท่า

ส่วนในอดีตกรณีการซื้อหุ้นแบงก์นครหลวงไทย แบงก์ซีไอเอ็มบี แบงก์สินเอเซีย ซื้อหุ้นที่ 1.4 เท่า สะท้อนราคาหุ้นแบงก์กสิกรไทย แบงก์กรุงไทย และแบงก์กรุงเทพ มีการซื้อขายในระดับที่ไม่สูง เมื่อเทียบกับการที่ธนาคารในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ยอมซื้อหุ้นแบงก์กรุงศรี

รายงานระบุว่า หุ้นแบงก์กรุงไทย มีผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น 15.8% มีราคาต่อมูลค่าตามบัญชีอยู่ที่ 1.4 เท่า หุ้นแบงก์กสิกรไทย ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 20.3% มีราคาต่อมูลค่าทางบัญชี 1.8 เท่า หุ้นแบงก์กรุงเทพ ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น 13.8% ราคาต่อมูลค่าทางบัญชี 1.3 เท่า หุ้นแบงก์ไทยพาณิชย์ ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น 19.6% ราคามูลค่าทางบัญชี 2.3 เท่า หุ้นแบงก์ทหารไทย ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น 11.6 % ราคาต่อมูลค่าตามบัญชี 1.6 เท่า และหุ้นแบงก์กรุงศรี มีผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น 15.5 % ราคามูลค่าทางบัญชี 1.7 เท่า

จากการรวบรวมข้อมูลจากโบรกเกอร์ 6 แห่ง ที่คาดการณ์ผลประกอบการ หุ้นแบงก์กสิกรไทย งวดไตรมาส 2 ปีนี้ พบว่า ทุกโบรกเกอร์ประเมินจะมีกำไรมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่สัดส่วนเอ็นพีแอล จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยบล.กรุงศรี ระบุว่า เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจาก 2.1% เป็น 2.15 % โดยมีการระบุว่าบริษัทขนาดใหญ่มีปัญหาในการชำระหนี้ ส่งผลให้เอ็นพีแอลขยับขึ้นแต่ไม่รุนแรง

โดยบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดแบงก์กสิการไทยจะมีกำไรไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท บล.ธนชาต คาดมีกำไร 1.08 หมื่นล้านบาท บล.ฟิลลิป คาดมีกำไร 1.1 หมื่นล้านบาท บล.กรุงศรี คาดมีกำไร 1.1 หมื่นล้านบาท บล.บัวหลวง คาดมีกำไร 1.1 หมื่นล้านบาท บล.ทิสโก้ คาดมีกำไร 1 หมื่นล้านบาท

บล.ทิสโก้ กล่าวว่า หลังจากแบงก์กสิกรไทย ได้จัดการประชุมนักวิเคราะห์โดยพูดถึงการพัฒนาระบบ Core Banking คาดว่า ผลประกอบการ ไตรมาส2/56 จะเพิ่มขึ้น 7% จากงวดเดียวกันปีก่อน 1 หมื่นล้านบาท โดยมองว่ารายได้ของแบงก์กสิกรไทย จะยังคงน่าประทับใจจากสินเชื่อ SME ที่มีอัตรากำไรสูง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตามผลประกอบการจะถูกกดดันจากการตั้งสำรองที่สูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1/56 และคาดว่าผลประกอบการจะคงที่จากงวดไตรมาสแรก เพราะค่าใช้จ่ายของโครงการ K-Transformation, การเติบโตของสินเชื่อและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

"แบงก์กสิกรไทย จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษ 1.6 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ แต่จะถูกชดเชยจากการบันทึกกลับขาดทุนจาก บสก. และจากการประชุม ผู้บริหาร แบงก์กสิกรไทย กล่าวว่า จะไม่ใช้ Temenos สำหรับการจัดการด้านเงินฝาก และจะเปลี่ยนไประบบอื่นทั้งการฝากและถอนเงินเพื่อลดความเสี่ยง ที่ระบบล่มในการอัพเกรดระบบ และระบบนี้จะช่วยลดต้นทุนลงในระยะยาว"นักวิเคราะห์กล่าว

เขากล่าวว่า ผู้บริหารแบงก์กสิกร คาดเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงตามประเทศจีนและการหยุด QE3 ถึงแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงแต่แบงก์กสิกรไทยคาดว่าคุณภาพของสินเชื่อจะยังคงเดิม นอกจากนี้ยังไม่เห็นสัญญาณของฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และเชื่อว่าการคัดเลือกลูกค้าจะช่วยลดความเสี่ยงของสินเชื่อในอนาคต

บล.บัวหลวง กล่าวว่า กำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ไตรมาส 2 ปีนี้ และคาดจะรายงานกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 9% จากงวดไตรมาสแรก และ 17%จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนมาจากสินเชื่อที่ขยายตัว 2% จากไตรมาสแรก ส่วนต่างดอกเบี้ยทรงตัวที่ 3.4% และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตแข็งแกร่ง 19%จากงวดเดียวกันปีก่อน

"ฝ่ายวิจัย เชื่อว่าสินเชื่อธนาคารส่วนเอสเอ็มอี และบรรษัทขนาดใหญ่ จะเติบโตแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หนุนโดยปัจจัยทางฤดูกาล ดังนั้นยังคาดว่ากำไรไตรมาส 3 ปีนี้ ของธนาคารยังจะสูงขึ้นทำสถิติใหม่ได้อีก"นักวิเคราะห์กล่าว