วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เฮดจ์ฟันด์แห่ขายทองส่อราคาร่วงต่อเนื่อง

เผยกองทุนเฮดจ์ฟันด์แห่ลดถือครองทองคำ แตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 ปี ขณะยอดขาย "เหรียญทอง อีเกิล"ลดลงเช่นกัน

คณะกรรมการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ของสหรัฐรายงานว่า ผู้จัดการกองทุนและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ปรับลดการถือครองสถานะซื้อในสัญญาล่วงหน้าทองและออปชั่นทองลงในช่วง สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 มิ.ย. โดยปรับลดลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ราคาทองดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 ปี

รายงานดังกล่าวระบุในรายงานภาระผูกพันของเทรดเดอร์รายสัปดาห์ว่ากลุ่มกองทุนยังปรับเปลี่ยนสถานะการลงทุนในสัญญาล่วงหน้าและออปชั่นโลหะเงินมาเป็นการถือครองสถานะซื้อสุทธิด้วย และเพิ่มการถือครองสถานะขายสุทธิในทองแดง

ราคาทองร่วงลงเกือบ 90 ดอลลาร์ หรือ 7 % ในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 มิ.ย. หลังจากนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยแผนการชะลอการเข้าซื้อตราสารหนี้ลงจากระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนในปัจจุบัน

นักเก็งกำไรปรับลดการถือครองสถานะซื้อสุทธิในทองลง 7,754 สัญญา สู่ 31,197 สัญญา ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2549

นักวิเคราะห์กล่าวว่ากลุ่มกองทุนมีจุดยืนในทางลบ ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ตลาดทองใกล้จะแตะจุดต่ำสุด และอาจจะพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งโดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อชดเชยในอนาคต

นายมิเกล เปเรซ-ซานตายา รองประธานบริษัทบุลเลียนวอลท์ กล่าวว่าในส่วนของนักลงทุนรายย่อยนั้น พวกเขาได้เข้าซื้อทองตลอดทั้งสัปดาห์ถึงแม้ว่าเข้าซื้อในอัตราที่ไม่สูงมาก

เทรดเดอร์มุ่งความสนใจไปยังตัวเลขเศรษฐกิจที่จะออกมาในสัปดาห์นี้ หลังจากราคาทองดิ่งลงอย่างรุนแรงหลังวันอังคารที่ 25 มิ.ย. โดยราคาทองปิดตลาดไตรมาสสองด้วยการทรุดตัวลงรายไตรมาสครั้งใหญ่ที่สุดในรอบย่างน้อย 45 ปี

ในส่วนของสัญญาล่วงหน้าและออปชั่นโลหะเงินนั้น นักเก็งกำไรได้เพิ่มสถานะซื้อ 685 สัญญา ทำให้มีสถานะซื้อสุทธิ 586 สัญญาในสัปดาห์ล่าสุดหลังจากมีสถานะขายสุทธิในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น

นักเก็งกำไรเพิ่มสถานะขายสุทธิในทองแดง 3,582 สัญญา สู่ 32,599 สัญญาในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 มิ.ย.

นอกจากนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ของโรงกษาปณ์ของสหรัฐระบุว่า ยอดขายเหรียญทองอเมริกัน อีเกิลร่วงลงสู่ระดับ 57,000 ออนซ์ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่อุปสงค์ ในตลาดส่งมอบปัจจุบันจากนักลงทุนรายย่อยและผู้สะสมปรับตัวลง

ยอดขายร่วงลง 19% จากเดือนพ.ค. และเทียบกับยอดขายที่สูงถึง 209,500 ออนซ์ในเดือนเม.ย. ซึ่งการร่วงลงครั้งประวัติศาสตร์ของราคาทองในเดือนดังกล่าวทำให้มีอุปสงค์จำนวนมากจากนักลงทุนรายย่อยหลังจากที่ถูกสกัดกั้นไว้นานหลายปี

ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่าความวิตกที่ว่าแรงซื้อเหรียญทองและเครื่องประดับจำนวนมากของกลุ่มนักลงทุนรายย่อยตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. หลังจากที่ราคาดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีนั้น ได้สิ้นสุดลงแล้ว

แรงซื้อเก็งกำไรดังกล่าวมีความสำคัญต่อการช่วยให้ราคาทองฟื้นตัวขึ้นจากการดิ่งลงถึง 200 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 2 วัน ขณะที่กลุ่มนักลงทุนสถาบันเทขายออกมา แต่ดีลเลอร์เหรียญทองระบุว่าธุรกิจชะลอตัวนับตั้งแต่นั้นมาและผู้บริโภคก็ตื่นตระหนกเกินกว่าที่จะเข้าซื้อทองในสัปดาห์นี้ท่ามกลางตลาดที่ปรับตัวลง แม้หลังจากที่ราคาทองดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ส.ค.2553

เทรดเดอร์ระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณว่าราคาอาจจะร่วงลงอีก

ราคาทองพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว มาที่ 1,233 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ดิ่งลงมากที่สุดเมื่อเทียบรายไตรมาสในรอบ 45 ปี หลังจากเฟดเฟดอาจจะปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ ถ้าเศรษฐกิจยังคงปรับตัวดีขึ้น