คมนาคมเร่งสะสางปัญหารถเมล์ หวังซื้อใจชาวกรุงเทพฯ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกหนังสือเวียนโดยขอความร่วมมือให้ข้าราชการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจหน่วยงานในสังกัด ตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป ใช้บริการรถโดยสาร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือ รถร่วมบริการ ขสมก. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. - 30 ส.ค. 2556 เพื่อสำรวจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และสอบถามความพอใจในการใช้บริการ เช่น มารยาทพนักงานขับรถ ความสุภาพของพนักงานเก็บค่าโดยสาร การจอดรถรับส่งตรงป้าย ความเร็วในการขับรถ สภาพที่นั่งและความแออัดภายในรถโดยสาร โดยให้ผู้บริหารทุกคนนำตั๋วโดยสารแนบมากับรายงานสรุปด้วย
นอกจากนั้น นายชัชชาติ ยังทดลองใช้บริการรถโดยสาร ขสมก.ด้วยตัวเองในวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเดินทางจากหน้ากระทรวงศึกษาธิการไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง และต้องใช้เวลารอรถโดยสารสาย 509 นานถึง 40 นาที และสุดท้ายต้องเรียกคนขับรถมารับที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะกลัวว่าจะตกเครื่องบิน ทั้งที่เผื่อเวลาเดินทางไว้ถึง 2 ชั่วโมง
เหตุที่ กระทรวงคมนาคม ให้ความสนใจกับบริการรถโดยสารอย่างมากในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาดังกล่าวสะสมมานาน หากสามารถแก้ไขสำเร็จ ย่อมได้ใจชาวกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก ซึ่งจะโยงไปถึงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง เพราะจากสถิติพบว่าประชาชนใช้บริการรถโดยสารในการเดินทางวันละประมาณ 3 ล้านเที่ยว ขณะที่รถโดยสารในปัจจุบันมีจำนวน 7,306 คัน เป็นรถ ขสมก. 3,506 คัน และรถร่วมบริการ 3,800 คัน แต่สามารถให้บริการได้เพียง 5,400 คันเท่านั้น
ในแง่การบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะ หากรถโดยสารสามารถพัฒนาคุณภาพบริการ โดยมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย จะส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารรถประจำทางเพิ่มขึ้น และปริมาณการใช้รถส่วนตัวน่าจะลดลงด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งในอนาคตกระทรวงคมนาคมกำหนดให้รถโดยสารเป็นระบบขนส่งที่ต่อเชื่อมผู้โดยสารจากระบบรถไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหารถโดยสารประจำทางไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัญหาต่างๆ สะสมมากมาย โดยประชาชนต้องการบริการที่มีความสะดวก รวดเร็ว ตรงเวลา และปลอดภัย แต่ปัญหาการจราจรติดขัดยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่การเชื่อมต่อการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางไม่มีความสะดวกเท่าที่ควร ประชาชนจึงนิยมใช้รถส่วนตัว ส่งผลให้ปัญหาการจราจรเข้าขั้นวิกฤติมากขึ้น
สิ่งหนึ่งที่เป็นความหวังของ ขสมก. คือ การนำรถโดยสารเอ็นจีวีมาให้บริการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อ กว่าจะได้รับมอบรถใหม่ต้องใช้เวลาเกือบ 2 ปี และในระหว่างรอรับมอบรถใหม่ ขสมก.จำเป็นต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการ เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลและเอาใจประชาชน ซึ่งไม่มีทางเลือกในการเดินทางมากนัก
นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานวัดผลการดำเนินงานของรถโดยสาร ขสมก. แต่สิ่งที่จะวัดผลงานได้ ก็คือ ความพึงพอใจของผู้โดยสาร ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนให้แก้ปัญหาเรื่องรอรถนาน รวมทั้งปัญหาอื่นๆ จึงมีความตั้งใจจะแก้ปัญหารถโดยสารอย่างแท้จริง โดยเริ่มในส่วนของรถโดยสาร ขสมก. ก่อน เพราะว่าเมื่อรถโดยสาร ขสมก.ปฏิบัติดี รถโดยสารร่วมบริการ ขสมก. จะต้องพัฒนาด้วยเช่นกัน
"ผมได้รับความคิดเห็นจากประชาชน ว่า อย่าผลักดันแต่ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แต่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องบริการรถโดยสารก่อน และจากการใช้บริการรถโดยสาร พบว่ามีปัญหาจริงๆ จึงต้องการแก้ไขโดยด่วน โดยจะศึกษาข้อมูลรอบด้านและแก้ปัญหาไปพร้อมกัน"
สำหรับแนวทางแก้ปัญหารถโดยสารขาดช่วง ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องใช้เวลารอนาน จะต้องสำรวจว่าเป็นเพราะเหตุใด เช่น ปัญหาการจราจรติดขัด รถโดยสารมีจำนวนน้อย รถเสีย หรือพนักงานขับรถไม่เพียงพอ หลังจากนั้นจึงวางแผนแก้ปัญหา เช่น กรณีการจราจรติดขัดในบางเส้นทาง อาจจัดรถเสริมมาให้บริการในเส้นทางสั้นๆ เพื่อให้รถได้หมุนเวียนใช้งาน
ส่วนในอนาคตจะติดตั้งระบบจีพีเอสบนรถโดยสารเอ็นจีวี เพื่อให้ทราบตำแหน่งของรถแต่ละคัน และบริหารจัดการการปล่อยรถให้สอดคล้องกับสภาพการจราจร รวมทั้งติดตั้งระบบเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ ซึ่งจะพิจารณาติดตั้งระบบหยอดเหรียญค่าโดยสารควบคู่กัน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย
"จากผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ระบบตั๋วร่วมจะทำให้ผู้โดยสารต้องจ่ายเงินซื้อตั๋วล่วงหน้า ลักษณะเหมือนเป็นการเติมเงินในบัตร ซึ่งประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบ เพราะไม่มีรายได้เพียงพอที่จะเติมเงินล่วงหน้า จึงต้องมีทางเลือกให้ผู้โดยสารกลุ่มนี้ โดยติดตั้งระบบหยอดเหรียญ แต่จะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น"
สำหรับความคืบหน้าการใช้ระบบตั๋วร่วม คาดว่าจะให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะเริ่มนำร่องในโครงการทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ และโครงการทางยกระดับวิภาวดีรังสิตหรือดอนเมืองโทลล์เวย์ หลังจากนั้นจะขยายไปยังรถไฟฟ้าใต้ดินหรือรถเอ็มอาร์ที รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ และรถโดยสารเอ็นจีวี
นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ช่วงเย็นมีรถโดยสารให้บริการน้อยกว่าช่วงเช้า เป็นเพราะว่าปัญหาการจราจรที่ติดขัดสะสมมาตลอดทั้งวัน ส่งผลให้รถโดยสารไม่สามารถหมุนเวียนมาให้บริการได้ โดยช่วงเช้าสามารถปล่อยรถได้ตามกำหนดทุกๆ 5-15 นาที เพราะการจราจรยังไม่ติดขัด สามารถนำรถมาหมุนเวียนให้บริการได้ต่อเนื่อง แต่กว่าจะถึงช่วงเย็นการจราจรเริ่มสะสม รถโดยสารส่วนใหญ่ติดอยู่บนถนน จึงไม่สามารถหมุนเวียนมาให้บริการได้
"ถ้ามีรถ เราปล่อยให้ออกมารับผู้โดยสารอยู่แล้ว เพราะว่าต้องการทำรอบ จอดไว้เฉยๆ ไม่มีรายได้ แต่ปัญหาก็คือการจราจรติดขัด รถที่ปล่อยไปแล้วกลับมาไม่ทัน ต้องใช้เวลานาน ความถี่ในการปล่อยรถจึงไม่สามารถทำได้เหมือนช่วงเช้า"









