วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ครม.ยิ่งลักษณ์5 แก้ปมทุจริตจำนำข้าว

ครม."ยิ่งลักษณ์5"ตามโผ ปรับใหญ่ 19 ตำแหน่ง รื้อใหญ่ทีมจำนำข้าว-ความมั่นคง เอกชนเชื่อฟื้นความเชื่อมั่นได้ จี้เร่งแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว

การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 5 ของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นไปตามโผที่ออกมาก่อนหน้านั้น โดยมีการปรับรัฐมนตรี 19 ตำแหน่ง และมีการปรับเปลี่ยนทั้งหมดในส่วนของรัฐมนตรีที่ดูแลโครงการรับจำนำและความมั่นคง

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (30 มิ.ย.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีประกาศพระบรมราชโองการ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีใหม่ทั้งสิ้น 11 คน รัฐมนตรีที่พ้นตำแหน่ง 11 คน และเป็นการปรับเปลี่ยนโยกย้ายกระทรวงและหน่วยงานที่ดูแล 7 คน

รัฐมนตรีใหม่ ทั้ง 11 ได้แก่ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็น รมช.กลาโหม นางเบญจา หลุยเจริญ เป็น รมช.คลัง นางปวีณา หงสกุล เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพ้อง ชีวานันท์ เป็น รมช.คมนาคม นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายยรรยง พวงราช เป็น รมช.พาณิชย์ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็น รมช.มหาดไทย

นายชัยเกษม นิติสิริ เป็น รมว.ยุติธรรม นายพีรพันธุ์ พาลุสุข เป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็น รมว.ศึกษาธิการ และ นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็น รมช.สาธารณสุข

รัฐมนตรีที่มีการโยกตำแหน่งและเพิ่มตำแหน่ง 7 คน ได้แก่ นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล (จาก รมต.ประจำสำนักนายกฯ) เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก (จาก รมว.ยุติธรรม) เป็น รองนายกรัฐมนตรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา (จาก รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ) เป็น รองนายกรัฐมนตรี นายสันติ พร้อมพัฒน์ (จาก รมว.การพัฒนาสังคมฯ) เป็น รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็น รมว.กลาโหม อีกตําแหน่งหนึ่ง นายวราเทพ รัตนากร (รมต.ประจำสำนักนายกฯ) เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ อีกตําแหน่งหนึ่ง และร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง (จาก รองนายกฯ) เป็น รมว.แรงงาน

สำหรับรัฐมนตรีที่พ้นตำแหน่ง 11 คน ได้แก่ นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข และ นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.อุตสาหกรรม

ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยกเลิกภารกิจที่จังหวัดมุกดาหาร ในช่วงบ่ายวานนี้ (30 มิ.ย.) โดยเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที เพื่อเตรียมนำรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับรัฐมนตรีใหม่ที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ซึ่งถือเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ครั้งที่ 5 ที่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่คณะรัฐมนตรีใหม่ เดินทางเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนจะปฏิบัติหน้าที่ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช

ในการถ่ายรูปหมู่ครั้งนี้ ปรากฏว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ไม่มาเข้าร่วมถ่ายด้วย โดยมีรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม เดินทางไปรอ ครม.ชุดใหม่ ที่โรงพยาบาลศิริราช แล้ว

คลังเล็งชงครม.ใหม่กระตุ้นศก.เพิ่ม

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปรับประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2556 เหลือ 4.5% กำลังหารือว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจากสัญญาณการบริโภคภาคเอกชนชะลอลงอย่างชัดเจนในช่วงเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ประกอบการส่งออกชะลอตัวลงมากเช่นกัน จากผลกระทบจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอลง โดยเฉพาะจีน ซึ่งส่วนนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งเข้าไปดูแลขยายตลาดในประเทศจีนให้มากขึ้นด้วย

สาเหตุที่การบริโภคชะลอลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลก่อนหน้าหมดลง อย่างโครงการรถคันแรก แต่หากดูการบริโภคพื้นฐานแล้วก็ยังถือว่าไปได้ดี จึงต้องมาดูในรายละเอียด ขณะที่ตลาดของจีน ยังถือว่าสามารถเข้าไปขยายตลาดได้อีกมาก เพราะที่ผ่านมาเรายังบุกตลาดได้ไม่เต็มที่ เพราะจีนมีกำลังซื้อสูง

"มาตรการเสริมที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมีในช่วงปลายปี แต่ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจยังไม่ได้หารือกัน เพราะตัวเลขการคาดการณ์ใหม่เริ่มทยอยออกมา ขณะที่ ครม. ก็จะมีการเปลี่ยนด้วย จึงรอเรื่องให้นิ่งก่อน" นายอารีพงศ์กล่าวและว่า แต่ก็หวังว่า การส่งออกจะปรับดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากที่ค่าเงินเริ่มอ่อนค่าลง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กล่าวว่า จากนี้ไปหลายสำนักเศรษฐกิจจะออกมาปรับประมาณการเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับกระทรวงการคลัง คงไม่มีค่ายใดที่ปรับตัวเลขลงต่ำกว่า 4% หลังจากตัวเลขการบริโภคชะลอลง มันไม่ได้ชะลอลงมาก ขณะที่การส่งออกก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 5.5% เพราะขณะนี้ค่าเงินบาทก็อ่อนลง และยังหลือเวลาอีก 6 เดือน จึงน่าจะพลิกฟื้นกลับมาได้

ส.อ.ท.เชื่อไม่กระทบทีมเศรษฐกิจ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เชื่อว่าการทำงานของทีมเศรษฐกิจยังคงต่อเนื่อง โดยทีมเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่คงต้องดูเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวทั้งในประเทศและประเทศคู่ค้าสำคัญ ซึ่งการทำงานของทีมเศรษฐกิจคงต้องรับมือให้ดี เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในวังวนของภาวะชะลอตัว

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า นายนิวัฒน์ธำรง มาเป็น รมว.พาณิชย์ ที่เคยเห็นฝีมือในการทำงานมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว จึงเชื่อว่าจะช่วยงานดูแลภาพรวมเศรษฐกิจและบริหารงานที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดี รวมทั้งการปรับ ครม.ครั้งนี้ ปรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจหลายกระทรวง คงเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องการให้การทำงานมีความเข้มข้นขึ้น

หอการค้าหวังรัฐมนตรีปรับการทำงาน

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า การปรับครม.ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนในจังหวะที่เหมาะสม เนื่องจากชุดก่อนหน้านี้มีการทำงานมาสักระยะหนึ่ง แต่ยังมีปัญหาในหลายเรื่อง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องหนัก ดังนั้นเชื่อว่ารัฐมนตรีคนใหม่ที่จะเข้ามาโดยเฉพาะในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ จะมีรูปแบบการทำงานและวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา

นายพรศิลป์ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีทุก 6 เดือน ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนหรือแท้จริง แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนคนเพื่อเรียกความเชื่อมั่นและเบนความสนใจจากประชาชน

"เป็นการเรียกความเชื่อมั่น ก็เหมือนการเปลี่ยนให้คนเลิกบ่น ให้รู้สึกว่าได้แก้ปัญหา ทั้งที่เป็นการแก้ปัญหาแบบเด็กๆ ไม่ได้แก้ปัญหาแบบยั่งยืนหรือแท้จริง"

จี้แก้ปัญหาโครงการจำนำข้าว

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข นายพรศิลป์ กล่าวว่า ต้องเป็นเรื่องของโครงการรับจำนำข้าว เพราะอาจจะมีผลไปถึงพืชผลทางการเกษตรชนิดอื่นได้ แต่การเปลี่ยนรัฐมนตรีอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เพราะว่าโครงการนี้ยังมีข้าราชการ หน่วยงาน หรือ หลายส่วนที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ทั้งตัวรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย ที่จะเข้ามาดูแล ต้องสั่งการกับข้าราชการประจำได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้นโครงการนี้ถือว่าล้มเหลวเนื่องจากผู้ที่ได้ประโยชน์คือเกษตรกรที่เป็นเพียงประโยชน์ระยะสั้นเท่านั้น แต่ไม่มีพื้นฐานการรองรับคุณภาพและประสิทธิภาพชีวิตที่ดี ซึ่งตรงนี้คาดหวังให้สามารถแก้ปัญหาได้

พร้อมกันนี้ รองประธานหอการค้าไทย ยังต้องการให้รัฐบาลเปลี่ยนทัศนคติต่อกระทรวงเศรษฐกิจที่ไม่ใช่มีเฉพาะกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ หรือ กระทรวงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย เพราะสามารถพัฒนาบุคลากร งานวิจัยได้ รวมถึงการเพิ่มงบประมาณเพื่อการศึกษาวิจัยในการพัฒนาผลิตผลใหม่ๆ รวมถึงกระทรวงอื่นๆ ที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจและเป็นพื้นฐานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมได้

ทีดีอาร์ไอชี้ต้องทำจำนำข้าวให้โปร่งใส

เช่นเดียวกับ นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ที่เข้ามาแก้ไขโครงการรับจำนำข้าวที่มีปัญหา ต้องแก้ไขวิธีการปฏิบัติของโครงการที่มีปัญหาโดยการดำเนินการให้ต่างจากเดิม โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสที่สังคมตั้งคำถามมาโดยตลอด

"จึงถือว่าเป็นโอกาสของรัฐบาล หากรัฐมนตรีสามารถสร้างกระบวนการตรวจสอบโครงให้โปร่งใส โดยเฉพาะขั้นตอนของการระบายข้าวให้เห็นตัวเลขความคืบหน้าเป็นระยะกระแสสังคมที่มีทิศทางต่อต้านโครงการนี้ก็จะลดลง"

เตือนรับมือสถานการณ์ข้าวเปลือกตกต่ำ

นายนิพนธ์ กล่าวว่า รมว.พาณิชย์ ยังต้องทำงานร่วมกับทุกฝ่ายทั้งในและนอกกระทรวง เพื่อหาทางระบายข้าวที่มีอยู่ในโกดังของรัฐ กว่า 17 ล้านตัน ซึ่งปริมาณข้าวจำนวนมากขนาดนี้ รัฐบาลไม่มีความสามารถในการระบายเองได้ทั้งหมด จำเป็นต้องมีการวางยุทธศาสตร์จากผู้ที่มีความรู้ และอยู่ในวงการนี้มานาน ซึ่งรวมถึงพ่อค้าข้าวด้วย และต้องขอความร่วมมืออย่างกว้างขวาง ไม่ใช่จำกัดแต่กลุ่มพ่อค้าที่เอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาลเท่านั้น

"รมว.พาณิชย์ ต้องหารือกับรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่อยู่ในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อรับมือกับสถานการณ์ข้าวเปลือกราคาตกต่ำที่อาจเกิดขึ้น โดยต้องมีมาตรการรองรับเตรียมไว้ เพื่อไม่ให้ชาวนาและผู้ส่งออกข้าวได้รับผลกระทบมากนัก"