มูลค่าตลาดรวมของแบล็คเบอร์รีดิ่งลงกว่า 25% เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากรายงานตัวเลขผลประกอบการไตรมาสแรกย่ำแย่
แบล็คเบอร์รี ซึ่งพยายามแย่งส่วนแบ่งการตลาดคืนมาจากไอโฟนของแอ๊ปเปิ้ล สมาร์ทโฟนรุ่นกาแล็คซีของซัมซุง และอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ รายงานตัวเลขขาดทุนในปีงบประมาณไตรมาสแรกที่ปิดตัวไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ส่วนยอดขายอุปกรณ์รุ่นใหม่ก็ไม่ได้เป็นไปตามเป้า
นอกจากนี้ บริษัทยังกล่าวว่า จะไม่มีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสปัจจุบัน
ราคาหุ้นของแบล็คเบอร์รีที่ได้เปลี่ยนชื่อมาจากบริษัทรีเสิร์ช อิน โมชัน ปิดตลาดร่วงลง 27.8% ไปอยู่ที่ 10.46 ดอลลาร์ในตลาดหุ้นแนสแดคเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 มิ.ย.) ราคาดังกล่าวนับว่าต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 หรือก่อนที่แบล็คเบอร์รีจะเริ่มเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในช่วงต้นปีนี้
นักวิเคราะห์บางคนคาดว่าคงจะมีผู้สนใจเข้าซื้อแบล็คเบอร์รีหลายราย เนื่องจากบริษัทมีสินทรัพย์จำนวนมาก อย่างสิทธิบัตรที่ล้ำค่า รวมถึงธุรกิจทางด้านฮาร์ดแวร์และการบริการ
นายจอห์น แจ็คสัน รองประธานบริหารแผนกวิจัยของไอดีซี กล่าวว่าหากมองพื้นฐานด้านสินทรัพย์ที่แบล็คเบอร์รีมี นับว่าเป็นบริษัทที่น่าเกรงขามมาก ดังนั้นคงจะมีบริษัทหลายแห่งที่อาจสนใจเข้าซื้อกิจการของแบล็คเบอร์รี
ทางด้านนายเควิน สมิธเธนจากบริษัทบริการทางการเงินแม็คควอรี ได้หั่นเรทติงของแบล็คเบอร์รีมาอยู่ที่ "ไม่เต็มประสิทธิภาพ" จาก "ธรรมดา" และคาดว่าบริษัทจะถูกแบ่งขายไปในที่สุด
แบล็คเบอร์รีเป็นผู้นำทางด้านการตรวจเช็คอีเมล์โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยการใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กที่มาพร้อมกับคีย์บอร์ดขนาดเล็ก
อุปกรณ์ดังกล่าวยังมาพร้อมกับคุณสมบัติป้องกันความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ที่ทำให้บริษัทได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รวมถึงข้าราชการ
แต่ในปัจจุบัน ลูกค้าจากภาคส่วนดังกล่าวเริ่มหันไปใช้อุปกรณ์จากบริษัทอื่นๆ ส่งผลให้แบล็คเบอร์รีสูญเสียตำแหน่งทั้งในตลาดบนและตลาดล่างของตลาดสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันสูง









