วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝ่าสมรภูมิ'ช่องฟรี'..ทรูวิชั่นส์ย้ำเพย์ทีวีพรีเมี่ยม

ยุคเปิดเสรีแพลตฟอร์มรับชม"ช่องรายการ"ในปัจจุบัน เพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการเสพคอนเทนท์ให้ผู้ชมในทุกกลุ่ม

ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มที่มาแรงต้องยกให้ช่อง "ทีวีดาวเทียม" ดูฟรี! ที่มีกว่า 200 ช่อง แม้จะมีช่อง"ขยะ" ปะปนอยู่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคอนเทนท์"คุณภาพ"เพิ่มขึ้นเช่นกัน

เมื่อ'ของฟรี'มีให้เลือกจำนวนมาก "เพย์ทีวี" จำต้องสร้างความแตกต่างผ่าน "คอนเทนท์" และนวัตกรรมเทคโนโลยีการรับชมใหม่ๆ ตอบโจทย์ "ผู้ชม" ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อความแตกต่าง

อรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายรายการ บมจ.ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่าท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจเพย์ทีวี ที่มีผู้เล่นรายใหม่ในยุคเปิดเสรีแพลตฟอร์ม หลังจากทรูฯ ครองตลาดนี้มากกว่า 20ปี ถือเป็นสมรภูมิการแข่งขันที่ทุกรายต้องสร้าง"ความต่าง" วางตำแหน่งให้ชัด

จุดเด่นของทรูฯ ยังคงย้ำความเป็น "เพย์ทีวี พรีเมี่ยม" จากคอนเทนท์ "เอ็กซ์คูลซีฟ" กว่า 140 ช่อง ครบทุกประเภททั้งบันเทิง สารคดี กีฬา ข่าว พร้อมยุทธศาสตร์ "ช่องเอชดี" มากที่สุดในทุกแพลตฟอร์มเพย์ทีวี จำนวน 50 ช่องภายในต้นปีหน้า ด้วยงบประมาณสำหรับการซื้อคอนเทนท์และอัพเกรดเทคโนโลยีกว่า 2,000 ล้านบาท

แม้"กีฬา" จะเป็นหนึ่งในคอนเทนท์ที่สมาชิกเพย์ทีวีสนใจ และ 3 ฤดูกาลจากนี้ จะไม่มี "พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" ในแพลตฟอร์มทรูฯ แต่ลีกฟุตบอลระดับโลกอื่นๆ ยังมีให้รับชม ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ,ลาลีกา สเปน เอชดี ที่จะได้รับชมในฤดูกาลนี้ โดยร่วมมือกับ อาร์เอส เจ้าของลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด อีกทั้งยังมีรายการกีฬาระดับโลกอื่นๆ และกีฬาที่คนไทยชื่นชอบ ทั้งแบดมินตัน วอลเลย์บอล อยู่ในแพลตฟอร์ม

"การไม่มีพรีเมียร์ลีกฯ จะกระทบแพ็คเกจพรีเมี่ยมที่เคยได้รับชม และกลุ่มที่ชื่นชอบพรีเมียร์ลีกฯ คงยกเลิกสมาชิกบ้าง แต่เชื่อว่าไม่มาก"

จากการสำรวจฐานผู้ชมเพย์ทีวีในต่างประเทศ พบว่าสมาชิกที่รับชมพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่สัดส่วนหลัก เช่นในอังกฤษ มีสัดส่วน 17% ของเพย์ทีวี ในฮ่องกง มีราว 10%

ดังนั้นกลยุทธ์การบริหารธุรกิจเพย์ทีวี คือการตอบโจทย์คอนเทนท์ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ชม "ครอบครัว" และ "พรีเมียร์ลีก"ไม่ใช่คอนเทนท์เดียวที่สร้างฐานสมาชิกเพย์ทีวีได้ ดังนั้นการทำตลาดของทรูฯ นับจากนี้คือ การเสริมคอนเทนท์ทุกประเภท เน้นที่ช่องเอชดี ทั้งช่องรายการต่างประเทศ และรายการโลคอล ที่ผลิตขึ้นเอง เช่น ละครจากบทซีรี่ส์เกาหลี Coffee Prince ,รักนี้ ชั่วนิจนิรันดร์ (autumn in my heart) ,วุ่นนัก รักเต็มบ้าน (full house) หลังจากนี้จะเสริมด้วยละครจากบทประพันธ์ในไทย

ปัจจุบันพบว่า กระแส "ละครไทย" กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มเอเชีย เช่นเดียวกับกระแสซีรี่ส์เกาหลีที่โดงดังไปก่อนหน้า และมีโอกาสที่จะต่อยอดขายลิขสิทธิ์ได้อีกทาง ที่ผ่านมาการสร้างละครจากซีรี่ส์เกาหลี ออกอากาศทางทรูฯ ตอบโจทย์การสร้าง"การรับรู้" ต่อแบรนด์ "ทรูวิชั่นส์" ที่มีคอนเทนท์หลากหลายสำหรับทุกกลุ่มผู้ชมได้ดีขึ้น

"การแข่งขันที่น่ากลัวในการแย่งฐานผู้ชมในยุคนี้ ไม่ใช่การแข่งขันกับเพย์ทีวี ด้วยกัน แต่เป็นการต่อสู้กับ ทีวีดาวเทียม ช่องดูฟรีที่กำลังเติบโตสูง และเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศ"

การเติบโตในตลาด "ทีวีดาวเทียม" รูปแบบฟรีทูแอร์ เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ทรูฯ สนใจจึงได้พัฒนาช่องรายการเพื่อชิงฐานผู้ชมในช่องทางดังกล่าว ทั้งช่องข่าว "ทีเอ็นเอ็น" ช่องโฮมชอปปิง "ทรูซีเล็ค" ช่องเฮฮา ,ช่องเรียลลิตี้ และช่องวาไรตี้ "Channel 10" โดยมีเป้าหมายสร้างฐานผู้ชม หวังรายได้จาก"โฆษณา"

อีกทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่"ทีวีดิจิทัล" ใหม่ในปีนี้ เป็นอีกหนึ่งในเป้าหมายการขยายแพลตฟอร์มเข้าไปช่วงชิงเม็ดเงินโฆษณาด้วยเช่นกัน

เป้าหมายของ "ทรูวิชั่นส์" นับจากนี้ ยังคงเดินหน้าตอบโจทย์สมาชิกเพย์ทีวี พร้อมขยายโอกาสเข้าสู่สื่อใหม่ๆ ทั้งทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัล เพื่อเข้าถึงผู้ชมในทุกแพลตฟอร์ม